‘Shaman’s rock’ เกาะขนาดเล็กแห่งเมืองโอลคอน ที่ไม่ควรพลาด

Shaman’s rock หรือ Burkhan Rock

ใกล้หมู่บ้าน Khuzhir มีเกาะขนาดเล็กใกล้กันชื่อว่า Shamanka หรือ Shaman’s rock (Stone Temple) หินส่วนใหญ่เป็นหินอ่อนบริเวณบนยอดมีถ้ำขนาดเล็กอยู่ มีความเชื่อว่าเป็นถ้ำของชาแมน (Shaman) เป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ต้องห้าม มีเพียงชาแมนจะสามารถขึ้น ไปประกอบพิธีกรรมได้ ซึ่งมีหาดทรายที่เชื่อมกันสามารถเดินถึงกันได้ 

ไฮไลท์ที่ต้องมาชม คือยามพระอาทิตย์ตกดิน แสงสุดท้ายของวัน บรรดานักท่องเที่ยวจะมาเฝ้าชม และถ่ายรูปจํานวนมาก ขนาดมีโอกาสดูพระอาทิตย์ตก 2 วันก็ไม่ยอมพลาดทั้ง 2 หนเลย เพราะ มันสวยมากจริงๆ 

ทริปเที่ยวชมเกาะโอลคอนแบบ One Day Trip ถ้าเป็นต้นฤดูร้อน เจ้าหน้าที่จะนําเสนอแค่ 2 ทริป คือ By Bus กับ By Boat ราคาต่างกันราว 700 รูเบิล โดยต้องไปจ่ายเองตอนไปถึงที่ด่านอุทยาน # By Boat 1800 รูเบิล รวมอาหารกลางวันแล้ว จะพาไปเกาะ Ogoy มีเจดีย์ทิเบตสีขาวตั้งบนยอดสูงสุด และพาเข้าป่าไปหาแหล่งน้ำศักดิ์สิทธิ์ ที่สามารถเอาภาชนะไปใสได้ด้วย

สํารวจเกาะโอลคอนกันแบบ One day trip

09:50 น. คือ เวลารวมพลคนสํารวจเกาะ รถที่นํามาสํารวจอารมณ์เหมือนยุคที่ทหารโซเวียตใช้กันรถนี้มีชื่อว่า “UAZ-452” ขนาด 8 ที่นั่ง ตอนแรกนึกว่าจะเป็นโฟร์วีลล้อโตๆ แต่กลายเป็นรถตู้หน้าตาน่ารัก และที่สําคัญจะทางขรุขระขึ้น-ลงเนินไม่มีหวั่นเลย สภาพภายในก็ผ่านการใช้งานมาคุ้ม และ ไม่มีแอร์ แถมเปิดหน้าต่างไม่ได้ อาศัยลมที่กระพือผ่านหน้าต่างด้านข้างคนขับเท่านั้นเอง ในช่วงเที่ยงๆ ก็ร้อนเหงื่อตกกันนิดหน่อย

การเดินทางแบบชมวิวทิวทัศน์ไปเรื่อยๆ เห็นส่วนโค้งเว้าของทะเลสาบไบคาลสุดสายตา และทุ่งหญ้าเสตปป์ที่กําลังแทรกสีเขียวอ่อนปะปนกับดอกไม้ป่าที่กําลังเฉลิมฉลองการกลับมาของต้นฤดูร้อนก็ให้ความบังเทิงทางสายตาไม่น้อย 

การเดินทางในช่วงเช้า ขับไปไม่ถึง 10 นาที จะมีด่านป่าไม้ที่จะเก็บค่าเข้าคนละ 100 รูเบิล ที่ไม่รวมอยู่ในค่าทัวร์ ช่วงนี้เป็นช่วงเดียวที่จะเห็นต้นสนสูงๆ เพราะส่วนใหญ่แล้วมักเป็นพื้นที่ทุ่งหญ้าเสียมากกว่า รถจะพาเราไปยังจุดชมวิวบนเนินเขาที่มองเห็นบ้านเบื้องล่างลิบๆ และทะเลสาบไบคาลที่อยู่ทางเบื้องหน้า

จุดที่ 1 จุดชมวิวบนเนินเขา

จะมีศาลาไม้เล็กๆไว้ให้นั่งพัก ระหว่างที่ไปเจอรถตู้นําเที่ยวแบบเดียวกันอีก 4-5 คัน นักท่องเที่ยวมีทั้งจีน เกาหลี ญี่ปุ่น และฝรั่ง ยุโรป เลยกลายเป็นมุมมหาชนย่อมๆไปเลย

จุดที่ 2 Halga bay

เป็นจุดชายฝั่งทะเลสาบไบคาล เป็นบริเวณที่มีชายหาดยาวไกลที่เชื่อมกับอีกพื้นที่อีกฝั่งคล้ายดั่งทะเลแหวก ที่มีหาดทรายเชื่อมอยู่ตรงกลาง เรียกว่า Yalgabay หรือ Khankhoy บริเวณนี้เจอวัวเดินเล็มหญ้าฝูงใหญ่ บ้างก็นอนอาบแดดอย่างสบายใจ เพราะเป็นพื้นที่อุดมสมบูรณ์ทั้งใกล้แหล่งน้ำ และหญ้าขึ้นชอุ่ม และที่นี่มีพืชพันธุ์ ชื่อ Craniospermum Subvillosum และดอกไม้ป่าอีกมากมาย

จุดที่ 3 จุดชมวิวแหลม Shara shuman

ลักษณะคล้ายผาหินที่ต้องเดินผ่านหินระเกะระกะแต่ไม่ชันนัก แล้วเราจะเห็นวิวของแหลม shara shนานท เป็นของรางวัล ส่วนที่อยู่ฝั่งตรงข้าม คือ เกาะ Ogoy เป็นที่ตั้งของ สถูปเจดีย์แห่งการตรัสรู้ (Buddhist Stupa of Enlightenment) องค์เจดีย์สีขาวตั้งบนยอดสูงสุดของเกาะ เจดีย์ทรงสไตล์ทิเบต ใกล้ๆกันมีผ้ามนต์ที่ผูกติดเสาเล็กๆไว้

ระหว่างการเดินทางนับตั้งแต่จุดที่ 3 เป็นต้นมา เราจะเจอนักท่องเที่ยวน้อยลงไปเรื่อยๆ เพราะบางคันก็วิ่งไปเส้นทางอื่นนานๆ ที่จะเห็นรถคันอื่นที่กําลังวิ่งบนสันเขาในระยะไกลๆ หรือจอดชมวิวระหว่างเส้นทาง ความเป็นธรรมชาติของบนเกาะนี้ยังคงเดิม แถมท้องฟ้าก็เป็นใจปลอดโปร่ง ท้องทะเลสีแบบฟ้าอ่อนอมเขียวนิดๆ ตัดกับภูเขาสีเขียว เจือน้ำตาล มองไปทางไหนก็อดยกกล้องขึ้นมาถ่ายแทบไม่ทันทุกครั้งไป

จุดที่ 4 แหลม Khorgoi Cape

บริเวณที่รถจอดจะเป็นเนินหินน้อยใหญ่ ที่ต้องออกแรงปืนขึ้นเล็กน้อย ระหว่างที่คนอื่นปืนพ้นเนินลับหายไปแล้ว บริเวณนี้มีดอกไม้นานาชนิดให้เราตามหา อาจจะมีซ้ำกันบ้างบางชนิดแต่ก็สวยงามมากเลยทีเดียว

หลังจากปีนป่ายลงเนินหินมาแล้วจะเห็นแหลม Khorgoi Cape ที่ยื่นออกไปในทะเลสาบ บริเวณนี้เป็นหน้าผาสูงชัน แต่ก็ไม่ได้มีใครเดินไปถึงปลายแหลมหรอก เพราะมันไกลพอสมควร หลายๆคนนั่งพักเอาแรงชมทะเลสาบ เพราะเดี๋ยวต้องตะกายเนินกลับไปอีกรอบ ตอนนี้เริ่มชักอยากเข้าห้องน้ำ จุดนี้มีหินก้อนใหญ่ๆ แต่ไม่ถึงกับเป็นมุมลับแลอะไรหรอก ที่เข้าห้องน้ำระหว่างทางก็ไม่มีคงต้องลุ้นจุดจอดต่อไป

จุดที่ 5 ทะเลสาบ Nuku-Nur

รถพาไปถึงจุดที่มีทะเลสาบ Nuku-Nur ในเกาะโอลคอน ลักษณะคล้ายๆกับปากปล่องภูเขาไฟ ที่ยุบเป็นหลุมลงไปในพื้นดิน บริเวณรอบๆปากปล่องมีกระท่อมที่พักนัก ท่องเที่ยวอยู่ถึง 10 กว่าหลัง และถ้าเดินต่อมาอีกไม่ถึง 50 เมตร ก็ถึงริมทะเลสาบไบคาล ที่ตรงนี้มีนักท่องเที่ยวกลุ่มอื่นกําลังมาพักผ่อนที่ริมทะเลสาบ หลายๆคนถือโอกาสว่ายน้ำ บริเวณนี้ค่อนข้างตื้น บางคนเดินออกไปไกลก็ยังลึกแค่ครึ่งตัว

Note:

บริเวณอ่าวตรงนี้จะมีแหลมยื่น ลักษณะคล้ายม้าที่กําลังว่ายน้ำ และมีส่วนหัวยื่นออกไปเรียกว่า Khorin-Irgi ตามตํานานบทกวีกล่าวไว้ว่า เป็นมาของเจงกิสข่าน และนอกจากนี้ยังได้ขุดค้นพบว่า พื้นที่นี้เคยเป็นที่อาศัยของผู้คนยาวนานเกือบ 2,500 ปีอีกด้วย

จุดที่ 6 Kurykan wall

เป็นจุดที่ไม่มีทะเลสาบไบคาลอยู่ใกล้ แต่หินแถวนี้ลักษณะเหมือนกําแพงสูงใหญ่ชื่อ Kurykan wall และมีไลเคนเกาะอยู่โดยทั่วไป เมื่อรถจอดสนิทคนขับก็ชี้นิ้วขึ้นไปให้เราเดินไป บนเนินที่มีกําแพงหินย่อมๆ ซึ่งก็ไม่รู้ว่าจะให้ดูอะไร ที่ตรงนี้มีความชันมากกว่าที่ผ่านๆมาแต่ก็ไม่ได้สูงมากนัก 

เมื่อปีนกําแพง Kurykan wal ขึ้นมาจะเห็นภาพไบคาล 360 องศา และเส้น ทางเดินรถลิบ ๆ ที่พาดผ่านไปมาตาม ริมทะเลสาบ ด้านบนสุดก็จะเห็นวิวของไบคาลอีกมุมหนึ่งในระยะไกล 

Note:

Kurykan wal คือ กําแพงโบราณลักษณะเป็นการก่อหินยาว 185 เมตร สูง 1.5-2 เมตร และขุดคูกว้าง 3.5 เมตร ลึก 1.5 เมตร ล้อมรอบ มีความเชื่อว่าเพื่อป้องกันศัตรูแต่ภายหลัง เชื่อว่าเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ การมีกําแพงล้อมก็เพื่อป้องกันวิญญาณชั่วร้าย ซึ่งจากการศึกษาของนักประวัติศาสตร์เชื่อ ว่าชาว Kurykan เป็นบรรพบุรุษของชาว Yakut และชาว บูร์ยัตที่อาศัยในแถบนี้

 

สนับสนุนโดยยูฟ่าเบท ufabet