พาไปส่องที่เที่ยวในย่านตะวันตกของแอลเอดาวน์ทาวน์

wall-project

– Craft & Folk Art Museum (CAFAM) –

พิพิธภัณฑ์หัตถกรรมและศิลปะพื้นเมืองแห่งนี้ตั้งอยู่ตรงข้าม Page Museum ในอาคารที่ประดับประดาด้วยลวดลายเรขาคณิตอันมีสีสัน มีงานศิลปะพื้นบ้านจากทั่วโลกให้ชม เช่น เครื่อง เซรามิกซูล (Zulu Ceramics) งานศิลปะจากกระดาษคาตากามิญี่ปุ่น งานเย็บปักของชาวปาเลสไตน์ เป็นต้น สินค้าของที่ระลึกที่ขายในพิพิธภัณฑ์ก็ล้วนน่าซื้อเป็นของสะสม เพราะบางชิ้นไม่มีขายทั่วๆ ไป

เวลาเปิด : อังคาร-ศุกร์ 11.00-17.00 น. เสาร์-อาทิตย์ เปิดถึง 18.00 น.
พฤหัสสัปดาห์แรกของเดือน เปิด 18.30-21.30 น. ปิดวันจันทร์
ค่าเข้าชม : – ผู้ใหญ่ 7 $ • เด็กอายุต่ำกว่า 10 ปี เข้าชมฟรี
ทุกวันอาทิตย์ เปิดให้ชมฟรีหรือบริจาคเท่าที่ต้องการ
เว็บไซต์: www.cafam.org

– Wall Project –

ผนังกําแพงเบอร์ลิน 10 ชิ้นที่เห็นตั้งอยู่ถัดจาก Craft & Folk Art Museum นั้น Wende Museum เป็นผู้ซื้อมาตั้งไว้ที่นี่เมื่อปี 2009 เพื่อรําลึกถึงการล่มสลายของกําแพงเบอร์ลิน เมื่อเยอรมันตะวันออกกับตะวันตกรวมประเทศกันเมื่อปี 1989 โดยหวังให้กำแพงเสริมให้ย่านนี้เป็นย่านอาร์ตติส จากที่มีพิพิธภัณฑ์ศิลปะอยู่หลายแห่ง ภาพบนกำแพงนั้นวาดโดยจิตรกร 4 ท่าน

wall-project

-Peterson Automotive Museum-

พิพิธภัณฑ์ยานยนต์ปีเตอร์สัน ตั้งอยู่ตรงหัวมุมถนน Wilshire/Fairfax ในอาคารรูปทรงสุดล้ำยุคไม่เหมือนใคร จัดแสดงพันนาการยานยนต์ทั้งรถมอเตอร์ไซค์และรถยนต์ย้อนกลับ ไม่ถึง 100 ตัวอย่างน้ำมันจากยุค 1920 โชว์รูมยุค 1930 ร้านอาหารไดรฟ์อิน (Drive-in Fasuaายเอกเนิดเกิดขึ้นในช่วงทศวรรษ 1950 รวมทั้งโรงหนังแบบไดร์ฟอิน ป้ายโฆษณา ข้าทางออกรมร้านขายอะไหล่แบบที่เราเคยเห็นในหนังฮอลลีวูดเมื่อสัก 30-40 ปีที่แล้ว

นอกจากนั้นยังมีรถเก่าของดาราและเหล่าเซเลบริตีส์ฮอลลีวูด หรือรถที่เคยเข้าฉากถ่ายทําภาพยนตร์ ไปจนถึงรถสปอร์ตยุคใหม่ก็มีให้ชมอย่างจุใจ คนรักรถโดยเฉพาะรถเก่าไม่ควรพลาด

พิพิธภัณฑ์แห่งนี้เปิดเมื่อปี 1994 โดยมี Robert E. Petersen เจ้าของนิตยสารรถยนต์เป็น ผู้ก่อตั้งพิพิธภัณฑ์หลังปัจจุบันที่เห็นนี้เพิ่งได้รับการสร้างใหม่และเปิดให้เข้าชมเมื่อปี 2015 นี่เอง

wall-project
Photo by David Zaitz.

เวลาเปิด : ทุกวัน 10.00-18.00 น.
ค่าเข้าชม : – ผู้ใหญ่ 15 $ เด็ก 7 $
เว็บไซต์: www.petersen.org

– Farmers Market –

Farmers Market แห่งแอลเอตั้งอยู่ทางเหนือ Museum Row ขึ้นไป ถือกําเนิดเกิด ขึ้น ณ ที่แห่งนี้เมื่อปี 1934 จากการที่เกษตรกรได้รวมกลุ่มบรรทุกผลิตผลของตนไปตั้งแผงวางขายบนลานจอดรถ (สมัยนั้นยังเป็นรถเทียมม้า) มีทั้งผักสด ผลไม้ ไม้ดอกไม้ประดับ จนกระทั่งพัฒนา เป็นร้านค้าแบบตั้งประจําอย่างที่เห็นในปัจจุบันกว่า 150 แผงจําหน่ายทั้งของสด ของแห้ง อาหาร กึ่งสําเร็จรูป เนื้อสัตว์ ไส้กรอก ขนมของขบเคี้ยว ไปจนถึงร้านขายของที่ระลึกก็มี ดูราคาแล้วขายถูกกว่าย่านท่องเที่ยวอื่นๆเสียด้วย และยังมีร้านอาหารหลากหลายเมนูปรุงจากวัสดุสดใหม่ให้ได้อิ่มอร่อยทั้งอาหารเอเซีย อาหารยุโรป อาหารเม็กซิกัน หรืออาหารอเมริกันในรูปแบบสตรีทฟูด ซื้อง่ายขายคล่องกินสะดวก เป็นที่ฝากท้องได้เป็นอย่างดีเมื่อรู้สึกหิว

– The Grove –

พื้นที่ติดกันยังเป็นที่ตั้งของ The Grove Outdoor Mall ที่ให้บรรยากาศแบบเอาต์เล็ต มอลล์ มีร้านค้าแบรนด์ดัง โรงภาพยนตร์ ร้านกาแฟ และกิจกรรมความบันเทิงให้กับผู้ไปเดินเที่ยว แถมยังมีรถราง 2 ชั้นให้บริการวิ่งพาชมบรรยากาศบริเวณรอบๆ ฟรีด้วย

ที่นี่มีร้านอาหาร Cheesecake Factory แบบเดียวกับที่ห้าง Macvs ในซานฟรานซิสโก

การเดินทาง: จากสี่แยก Wilshire/Fairfax นั่งรถเมล์สาย 217 218, 780 ไปลงที่ป้าย Fairfax/3rd Street
เวลาเปิด : จันทร์-ศุกร์ 9.00-21.00 น. /
วันเสาร์ 9.00-20.00 น. อาทิตย์ 10.00-19.00 น.
เว็บไซต์: www.farmersmatketla.com

– Rodeo Drive –

Rodeo Drive อยู่ในเขต Beverly Hills ได้ชื่อว่าเป็นถนนสายช้อปปิ้งที่ไฮโซหรูหราที่สุดในลอส แองเจลิส ช้อปของร้านแบรนด์เนมใหญ่ๆ จากทั่วโลกได้มาตั้งเรียงรายอยู่บนถนนสายนี้และถนนสายข้างเคียง เช่น Beverly Drive โดยถนนทั้ง 2 สายไฮโซนี้ตัดเชื่อม ระหว่างถนน Wilshire Boulevard กับ Santa Monica Boulevard

ย่านนี้จากหนังตลก Beverly Hills Cop หรือในชื่อไทยคือ “โปลิสจับตํารวจ” นําแสดงโดย เอ็ดดี เมอร์ฟี ออกฉายเมื่อสัก 30 ปีที่แล้ว ภาพต้นปาล์ม กลางถนน รถสปอร์ตวิ่งโฉบเฉียวไปมา นักช้อปหิ้วถุง ช้อปปิ้งใบโต รถซิตี้ทัวร์พาเที่ยวชมเมือง เป็นภาพที่เห็น ได้จากที่นี่ รวมไปถึงโรงแรมหรู ร้านค้าที่ตกแต่งอย่าง สวยงาม เป็นอีกย่านที่เห็นนักช้อปเศรษฐีใหม่ชาวจีน มากเป็นพิเศษ

การเดินทาง: • Metro Bus สาย 20,720 บนถนน Wilshire ลงป้าย Wilshire/et Camino
• Metro Bus สาย 4,704 บนถนน Santa Monica
เว็บไซต์: www.rodeodrive-bh.com

– Hammer Museum –

พิพิธภัณฑ์แห่งนี้จัดแสดงคอลเล็คชั่นงานศิลปะแนวอิมเพรสชั่นนิสต์ฝรั่งเศสจากศตวรรษที่ 19 อันเป็นสมบัติสะสม ของ Armand Hammer นักธุรกิจน้ํามันผู้มั่งคั่ง ได้มอบให้กับมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนียลอสแองเจลิส (UCLA)

ภาพวาดที่นําออกมาจัดแสดงเป็นผลงานของจิตรกรชื่อ ดัง เช่น โมเน่ต์ โกแก๊ง แวนโก๊ะห์ โกย่า เร็มบรันด์ต และปีกัสโซ เป็นต้น นอกจากนี้ยังมีผลงานหรือไอเดียของศิลปินยุคปัจจุบันจัด แสดงโดยใช้วิธีการนําเสนอสมัยใหม่ เขาเปิดให้ชมฟรีด้วยนะครับ

พิพิธภัณฑ์ตั้งอยู่ตรงหัวมุมถนน Wilshire/Westwood พอดี อาจแวะดูก่อนเดินทางไป Getty Center

จากย่านดาวน์ทาวน์ ในช่วงเช้าอาจนั่งรถเมล์ไปเริ่มต้นเที่ยวชมจาก Getty Center แล้วจึงย้อนเที่ยว กลับไปแวะ Hammer Museum, Rodeo Drive, Museum Row แล้วจึงปิดท้ายวันที่ Farmers Market ซึ่งปิดช้ากว่าทุกแห่ง ก็จะทําให้ภายใน 1 วัน เก็บที่เที่ยวในย่าน Miracle Mile, Beverly Hils และ Westwood ได้ครบทุกที

เวลาเปิด : อังคาร-อาทิตย์ 11.00-20.00 น. ปิดจันทร์ เสาร์-อาทิตย์ เปิดถึง 17.00 น.
ค่าเข้าชม : ฟรี
การเดินทาง : • Metro Bus สาย 20,720 บนถนน Wilshire ลงป้าย Wilshire Westwood เว็บไซต์ : www.hammer.ucla.edu

สนับสนุนโดยยูฟ่าเบท ufabet