เที่ยวชม เขตเมืองเก่าลูเซิร์น ณ ประเทศสวิสเซอร์แลนด์

-เขตเมืองเก่าลูเซิร์น (Old town Luzern)-

ไม่ว่าข้ามสะพานไหนไปฝั่งทิศเหนือของแม่น้ำ ก็จะเข้าพื้นที่เขตเมืองเก่า ของเมืองลูเซิร์น แต่ถ้าข้ามสะพานคาเพลบรุคเคอไปอีกฝั่ง จะเป็นจุดเริ่มต้นของการเดินท่องเขตเมืองเก่าได้สะดวกที่สุด

ในเขตเมืองเก่า เต็มไปด้วยร้านค้า ร้านอาหาร ร้านนาฬิกา ร้านขายของที่ระลึก กระจุกตัวตามห้องแถวบริเวณนี้ และเป็นถนนปลอดรถยนต์ ดังนั้นจึงสามารถเดินชมได้อย่างอิสระ บริเวณริมแม่น้ำฝั่งเมืองเก่า มีทั้งผับ บาร์ ร้านอาหารสําหรับนั่งชิลล์ ชมวิวสะพานไม้ถัดเข้าไปทางทิศเหนือมีถนน Kornmarkt ที่ในอดีตใช้เป็นถนนสําหรับจําหน่ายข้าวโพด

เหนือขึ้นไปมีถนน Weinmarkt ดูจากชื่อไม่ต้องบอกก็รู้ว่า อดีตเคยเป็นถนนขายไวน์มาก่อน ส่วนที่พลาดไม่ได้คงหนีไม่พ้นจัตุรัส Schwanenplatz ทางทิศตะวันออก มีร้านนาฬิกา Bucherer, Gubelin, Rolex, Rado ตั้งประชันกันอยู่ และ แต่ละร้านมีพนักงานคนไทยให้บริการด้วย จัตุรัสนี้อยู่ใกล้สะพาน Seebrucke สะพาน ขนาดใหญ่ที่ใช้เป็นทางสัญจรรถยนต์ หาไม่ยากแน่นอน

เอาเป็นว่าสามารถเดินชมเมืองเก่าที่ส่วนใหญ่เป็นอาคารสร้างขึ้นตั้งแต่ยุค ศตวรรษที่ 14-15 กันตามอัธยาศัย หากหลงทางขอแค่หาทางเดินตัดลงมาริมแม่น้ําก็ สามารถกลับไปยังสะพานคาเพลบรคเคอ หรือสถานีรถไฟได้แล้ว

TIPS: ถ้าอยากได้นาฬิกาให้แวะไปที่ร้าน Bucherer หรือร้าน Gubelin ซึ่งมีสาขาทั่วประเทศ แต่ร้าน Bucherer มีสาขาเยอะกว่า สองร้านนี้มีนาฬิกาทั้งแบรนด์ตัวเอง และเป็นตัวแทนจําหน่ายแบรนด์หรูชื่อดัง ซึ่งมีให้เลือกหลายรุ่น หลายยี่ห้อกว่าร้านอื่น

ถ้าต้องการ Rolex แนะนําให้แวะไป Bucherer เพราะร้านเป็นตัวแทนจําหน่ายที่ได้รับการแต่งตั้งโดยตรง ส่วนแบรนด์ Tag Heuer หรือ Omega ต้องไปร้าน Gubelin เพราะร้านใดเป็นตัวแทนที่ได้รับการแต่งตั้ง จะมีนาฬิการุ่นพิเศษให้เลือกเยอะกว่า

ส่วนนาฬิกาแบรนด์สวิสรองลงมาอย่าง Tissot, Swatch, Victorinox มีวางจําหน่ายตามร้านทั่วไปอยู่แล้ว แต่ต้องตรวจสอบให้ดีก่อน เพราะบางร้านที่ไม่น่าเชื่อถือ อาจนําของปลอมมาขายถูก จับเฉพาะกลุ่มลูกค้านักท่องเที่ยวชาวเอเชียโดยเฉพาะ

  • กําแพงเมืองโบราณ

GPS : 47.0546766, 8.3056627

ทิศเหนือของเขตเมืองเก่า มีกําแพงเมืองโบราณ (Museggmauer) ที่เคยใช้ในอดีต ตั้งอยู่บนถนน Musegastrasse ความยาวกําแพงกว่า 800 เมตร สร้างขึ้น ตั้งแต่ปี ค.ศ.1386 และได้รับการอนุรักษ์ไว้อย่างดี จนคงสภาพใกล้เคียงของเดิมไว้จนถึงทุกวันนี้ พร้อมทั้งเปิดให้คนทั่วไปสามารถขึ้นไปบนแนวกําแพงเมืองโบราณ ชมวิวทิวทัศน์มุมสูงของเมืองลูเซิร์นได้ด้วย

ด้วยเหตุที่กําแพงเมืองยาวกว่า 800 เมตร จึงมีป้อมสําหรับพักระหว่างทาง สามารถขึ้นบันไดไปบนยอดป้อมปราการนั้นได้ (แต่ค่อนข้างเหนื่อย เพราะบันไดชัน และสูงหลายชั้น)

มีเพียงป้อมเดียวที่มีนาฬิกาโบราณติดอยู่ สร้างขึ้นจากฝีมือฮันส์ ลูเทอร์ (Hans Luther) ในปี ค.ศ.1535 และจะตีบอกเวลาต้นชั่วโมงก่อนนาฬิกาเรือนอื่นๆในเมือง เพราะนาฬิกานี้เดินเร็วกว่าปกติ 1 นาที

ใครกําลังขาไม่ไหว แนะนําให้ผ่านโปรแกรมนี้ไปได้เลย เพราะนอกจากต้องขึ้นบันไดไปบนป้อมแล้ว ระหว่างทางก่อนจะถึงป้อม ถนนแต่ละเส้นก็ลาดชันไม่เบา

  • อนุสรณ์สถานสิงโตสะอื้น

GPS : 47,0583512, 8.3107557

จากกําแพงเมืองโบราณ เดินย้อนกลับมาตามถนน Museggstrasse ไปทางทิศตะวันออก แล้วเลี้ยวซ้ายเข้าถนนใหญ่ Alpenstrasse ผ่านห้าง Lowencenter &ง ตรงข้ามขวามือเป็นเส้นทางเข้าสู่อนุสรณ์สถานสิงโตสะอื่น (Lowendenkmal)

อนุสรณ์สถานสิงโตสะอื้น (Lowendenkmal) อีกสัญลักษณ์ของเมืองเป็น ถูกแกะสลักบนหน้าผาหินขนาดใหญ่ สร้างขึ้นเพื่อเป็นอนุสรณ์ให้กับทหารสวิสที่เสียของ ในสงครามปฏิวัติประชาชนประเทศฝรั่งเศส ที่ไปช่วยพระเจ้าหลุยส์ที่ 16 จากการ โจมตีพระราชวังดุยเลอรีในกรุงปารีส เมื่อปี ค.ศ.1789 ส่งผลให้ทหารสวิสที่ไปช่วย เสียชีวิตหลายร้อยนาย

หลังจากเหตุการณ์นั้น นายทหารคาร์ล ฟุฟเฟอร์ (Karl Pfyffer) จึงม” ริเริ่มการสร้างอนุสรณ์สถาน โดยเขาเริ่มต้นเก็บเงินสะสมตั้งแต่ปี ค.ศ.1818 พร้อมติดต่อศิลปินชาวเดนมาร์กออกแบบสร้างสิงโตเพื่อเป็นอนุสรณ์ให้ทหารผู้เสียชีวิต และสร้างบนที่ดินส่วนตัวของเขา

แต่เขามีเงินไม่เพียงพอต่อการจ้างศิลปินชาวเดนมาร์ก จึงเปลี่ยนผู้ออกแบบอีกหลายคน ท้ายสุดได้นักออกแบบชาวเยอรมันมาเป็นผู้ทํางานให้ ใช้เวลา ก่อสร้างนาน 14 เดือน และเปิดให้เข้าชมอย่างเป็นทางการในปี ค.ศ.1821

ส่วนที่คนไทยเรียกว่า สิงโตสะอื้น เพราะรูปแกะสลักเหมือนสิงโตกําลังนอน เศร้าสลดทรมาน ร้องไห้อย่างหดหูรอความตาย และที่น่าเจ็บใจกว่านั้นคือ ราชสีห์ ผู้ยิ่งใหญ่กลับต้องเสียท่า แสดงความอ่อนแอออกมาให้เห็น (ชาวสวิสบางคน เมื่อเห็นอนุสรณ์สถานก็เศร้าขนาดนี้จริงๆ)

มีเรื่องเล่าว่า เหตุที่ทหารสวิสต้องรับจ้างไปช่วยฝรั่งเศส เพราะสมัยนั้น สวิส เป็นประเทศที่ค่อนข้างยากจน ไม่ได้มั่งคั่งดังเช่นทุกวันนี้ จึงต้องเลี้ยงชีพด้วยการเป็นทหารรับจ้าง ประเทศไหนจ้างก็ไปทํางานให้ จนได้ชื่อว่าเป็นทหารที่แข็งแกร่ง อดทน ขยัน และเชี่ยวชาญการรบมากที่สุดในยุโรป แต่ก็มีคําพูดที่ชาวสวิสเจ็บปวดใจอย่างมากว่า ที่ไหนไม่มีเงิน ที่นั่นไม่มีชาวสวิส เพราะชาวสวิสจะอยู่ที่ที่ได้เงิน ทุกวันนี้กลับไม่เป็นเช่นนั้น เพราะสวิสกลายเป็นประเทศมั่งคั่งต่างจากอดีตอย่างลิบลับ

  • โบสถ์ฮอฟเคียร์เคอ (Hofkirche)

GPS : 47,0555834, 8.3138224

จากสิงโตสะอื่น เดินย้อนกลับมาทางสถานีรถไฟผ่านถนน Lowenstrasse ไปจนก่อนถึงริมทะเลสาบ จะเห็นโบสถ์ฮอฟเคียร์เคอยอดปลายแหลมทางซ้ายมือ

โบสถ์ฮอฟเคียร์เคอ (Hofkirche) สร้างขึ้นในศตวรรษที่ 12 เพื่ออุทิศแด่ นักบุญเลโอเดการ์ (Leodegar) และนักบุญเมาริติอุส (Mauritius) แต่กลับถูกไฟไหม้ เมื่อปี ค.ศ.1633 จึงบูรณะใหม่เป็นโบสถ์ตกแต่งด้วยสไตล์เรเนสซองส์ มีหอคอยเป็น ยอดปลายแหลมคู่สูงลิ่วอยู่สองฝั่ง สามารถมองเห็นจากทะเลสาบลูเซิร์นได้อย่างชัดเจน

  • เก็บตกริมทะเลสาบลูเซิร์น

จากโบสถ์ฮอฟเคียร์เคอ เดินย้อนลงมาริมทะเลสาบลูเซิร์น แล้วเดินเลาะริมทางกลับไปสถานีรถไฟ ระหว่างทางเต็มไปด้วยโรงแรมหรูราคาแพง เช่น โรงแรม Grand Hotel National สร้างด้วยสถาปัตยกรรมแบบเรเนสซองส์อย่างยิ่งใหญ่ เคยใช้เป็น โรงแรมที่ประทับ

ในสมัยที่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 5) เสด็จประพาสยุโรปครั้งที่ 2 และทรงนิพนธ์ไว้ในบทพระราชนิพนธ์ “ไกลบ้าน” นอกจากนี้ ระหว่างทางเดินริมทะเลสาบ ยังมีที่นั่งเล่นสําหรับพักผ่อนหย่อนใจ โดยเฉพาะในฤดูร้อน ชาวเมืองลเซิร์นนิยมออกมารับไอแดด และนัดพบปะเพื่อนฝูงจํานวนมาก

  • พิพิธภัณฑ์การขนส่งสวิส

พิพิธภัณฑ์การขนส่งสวิส (Swiss Museum of Transport) อยู่ไม่ไกลจากตัวเมือง สามารถขึ้นรถประจําทางสาย 6, 8, 24 จากหน้าสถานีรถไฟ มาลงป้าย Verkehrshaus ซึ่งอยู่ด้านหน้าทางเข้าพิพิธภัณฑ์ได้เลย

พิพิธภัณฑ์การขนส่งสวิส แบ่งพื้นที่ด้านในจัดแสดงตามหมวดหมู่พาหนะการขนส่ง เช่น เรือ รถไฟ รถยนต์ เครื่องบิน แสดงเรื่องราวความเป็นมาของการพัฒนาเทคโนโลยีการสร้างเส้นทางรถไฟขึ้นยอดเขา หรือการพัฒนาเส้นทางไปตามชนบทที่ยากลําบาก และเครื่องบินจําลองขนาดใหญ่ของสายการบินสวิส (Swiss)

ซึ่งเป็นสายการบินประจําชาติ มีให้ชมตั้งแต่โมเดลเครื่องบินรุ่นเก่าจนถึงปัจจุบัน ก่อนออกจากโซนเครื่องบิน อย่าพลาดการเข้าไปทดลองขับเครื่องบินเฮลิคอปเตอร์ ในเครื่องจําลอง (Simulator) ถ้าขึ้นในเมืองไทยครั้งนึงก็ตกหลักพันบาท แต่ที่นี่เข้าไปทดลองขับได้ฟรี

การเดินทาง : รถประจําทางสาย 6, 8, 24 หรือขึ้นเรือจากท่าเรือหนาส
เวลา : ฤดูร้อน 10.00-18.00 น. ฤดูหนาว 10.00-17.00 น.
ค่าเขาชม : 30 ฟรังก์, เด็ก 6-16 ปี 15 ฟรังก์, Swiss Pass ลด 29
GPS : 47.0528275, 8.3360671

สนับสนุนโดยยูฟ่าเบท ufabet