ท่องเที่ยว ลูเซิร์น (Luzern) เมืองที่เต็มไปด้วยโบสถ์คาทอลิก

luzern

-เมืองลูเซิร์น (Luzern)-

ลูเซิร์น (Luzern) แต่ถ้าเขียนชื่อเมืองตามภาษาฝรั่งเศสจะเขียน Lucerne ตั้งอยู่ทางตอนกลางของประเทศริมทะเลสาบลูเซิร์น (Lake Luzern) และมีภูเขาชื่อดังอยู่รอบเมือง อาทิ ภูเขาพิลาตุส (Pilatus), ทิตลิส (Titlis), ริกิ (Rigi) ลูเซิร์นจึงเป็นเมืองพัก สําหรับออกเดินทางไปเยี่ยมเยือนภูเขาเหล่านี้ และยังเป็นเมืองที่อยู่ใกล้กับซูริค ใช้เวลาเดินทางไม่เกินหนึ่งชั่วโมง ดังนั้นเมืองแห่งนี้จึงเต็มไปด้วยนักท่องเที่ยว

ตามประวัติศาสตร์เล่าว่า เมืองลูเซิร์นเริ่มสร้างเมืองมาตั้งแต่ยุคศตวรรษที่ 8 จากนั้นจึงพัฒนาสร้างศาสนจักร ที่อยู่อาศัย จนมีความเป็นปึกแผ่น แล้วเข้าร่วมสมาชิก สมาพันธรัฐสวิสในปี ค.ศ.1332 และในยุคหนึ่งยังได้รับการยกย่องว่าเป็นเมืองคาทอลิกของสวิส เห็นได้จากโบสถ์ในเมืองที่ส่วนใหญ่เป็นโบสถ์นิกายคาทอลิกทั้งนั้น 

การเดินทางสู่ลูเซิร์น

ด้วยความที่ลูเซิร์นแทบจะตั้งอยู่กึ่งกลางประเทศ จึงสามารถเดินทางด้วยรถไฟ จากเมืองต่างๆ ได้สะดวก เช่น จากเมืองซูริค (Zurich) ใช้เวลา 50 นาที, กรุงเบิร์น (Bern) ใช้เวลา 1 ชั่วโมง, อินเทอร์ลาเค่น (Interlaken) ใช้เวลา 1 ชั่วโมง 50 นาที ดังนั้น บางท่านอาจเลือกพักที่ลูเซิร์น แล้วขึ้นรถไฟไปเที่ยวซูริค โดยไม่ต้องย้ายที่พักไปมา

การเดินทางในเมืองลูเซิร์น

ในตัวเมืองลูเซิร์นสามารถเดินเท้าเที่ยวได้ทั้งเมือง แต่ถ้าสถานที่ไหนอยู่ไกลออกไป สามารถขึ้นรถประจําทาง ซึ่งวางโครงข่ายเป็นระบบอยู่แล้ว กรณีที่เดินทางไปเที่ยวภูเขาต่างๆ เช่น ภูเขาริก สามารถขึ้นเรือจากท่าเรือด้านหน้าสถานีรถไฟไปได้เลย โดยสรุปแล้วระบบคมนาคมของลูเซิร์นครอบคลุม และสะดวกแน่นอน

ศูนย์กลางของระบบขนส่งมวลชนเมืองลูเซิร์นอยู่บริเวณสถานีรถไฟ เพราะ ด้านหน้าเป็นท่ารถประจําทางขนาดใหญ่ มีท่าเรือสําหรับล่องไปในทะเลสาบลูเซีรน และสามารถเดินเท้าจากหน้าสถานีรถไฟไปสถานที่ท่องเที่ยวสําคัญของเมืองได้หมด

  • พิพิธภัณฑ์ศิลปะลูเซิร์น (Museum of Art Lucerne)

พิพิธภัณฑ์ศิลปะ หรือ Kunstmuseum ตั้งอยู่ในอาคารติดกับสถานีรถไฟ อาคารที่ชาวเมืองภาคภูมิใจในสถาปัตยกรรมการก่อสร้าง และใช้เป็นสถานที่จัดประชุมใหญ่ที่สุดของเมืองลูเซิร์น รวมถึงการขนานนามว่าเป็นห้องประชุมที่มีมาตรฐานระดับโลก ส่วนของพิพิธภัณฑ์ใช้จัดแสดงงานศิลปะ ภาพวาดประติมากรรม งานศิลปะร่วมสมัย ทั้งผลงานจากศิลปินชาวสวิส และศิลปินชาวต่างชาติ เดินๆดูแล้ว บางรูปก็ค่อนข้าง เข้าถึงยากไปหน่อย อาจเป็นเพราะผมไม่มีหัวด้านงานศิลป์หรือเปล่าก็ไม่รู้

luzern

เวลา : 10.00-17.00 น. วันพุธเปิดถึง 20.00 น. ปิดวันจันทร์
ค่าเข้าชม : 15 ฟรังก์, Swiss Pass ฟรี
GPS : 47.050442, 8.3119781

  • สะพานไม้คาเพลบรุคเคอ (Kapellbrucke)

จากหน้าสถานีรถไฟมองตรงไปจะเห็นสะพานไม้คาเพลบรุคเคอ (Kapelbrucke) ถ้าเรียกตามภาษาอังกฤษก็จะใช้คําว่า Chapel Bridge เป็นสะพานที่มีหลังคาคลุมตลอดแนวกว่า 200 เมตร ใช้ข้ามแม่น้ำรอยส์ (River Reuss) ไปอีกฝั่งมีหอคอย อยู่กลางสะพานสูง 43 เมตร ลักษณะคล้ายสะพานไม้ตามเมืองต่างๆที่เราเคยเห็น แต่ที่เมืองลูเซิร์นเป็นสะพานไม้ที่มีชื่อเสียงโด่งดังที่สุด

สะพานคาเพลบรุคเคอ สร้างขึ้นตั้งแต่ปี ค.ศ.1333 เพื่อเชื่อมระหว่างสองฝั่ง แม่น้ำรอยส์ และยังใช้สะพานเป็นประตูรักษาระดับน้ำไม่ให้ท่วมเมือง ส่วนหอคอย เคยใช้เป็นคุกกักขังนักโทษมาก่อน และใช้เป็นห้องเก็บสมบัติล้ำค่าของเมือง แต่เมื่อปี ค.ศ.1993 ที่ผ่านมา เกิดเหตุการณ์ไฟไหม้สะพาน ทําให้ต้องบูรณะใหม่ บรรดาภาพวาดสีที่อยู่บนหน้าจัวของสะพานก็ได้รับการปรับปรุง เพราะภาพเดิมเสียหายไปว่า 70%

บางครั้งอาจจะเรียกสะพานคาเพลบรุคเคอว่า สะพานโบสถ์ เพราะมีโบสถ์ เซนต์ปีเตอร์ (St.Peter) อยู่อีกฝั่งของแม่น้ำ ปลายสะพานคาเพลบรุคเคอ อย่างไรก็ตาม ขอแนะนําให้ลองเดินข้ามฝั่งด้วยสะพานไม้ จะได้รับบรรยากาศที่แตกต่างจากเดิม เพราะนอกจากชมวิวทิวทัศน์รอบข้างแล้ว ตามหน้าจั่วหลังคาสะพานยังมีภาพวาดสีอันสวยงามบอกเล่าเรื่องราวประวัติศาสตร์ และเหตุการณ์สําคัญของสวิสด้วย

luzern

  • โบสถ์เยซูอิทเท่น (Jesuitenkirche)

หากยังไม่ข้ามสะพานไม้ไปฝั่งตรงข้าม ละแวกนี้ยังสามารถเดินชมสถานที่ต่างๆต่อได้อีก เมื่อเดินเลาะริมถนนเลียบแม่น้ำไปอีกหน่อยจะเห็นโบสถ์เยซูอิทเท่น (Jesuitenkirche) โบสถ์ขนาดใหญ่ที่สร้างด้วยสไตล์บาร็อกแห่งแรกของประเทศ ในปี ค.ศ.1666 มีโดมอยู่ด้านบนคล้ายมัสยิดของศาสนาอิสลาม ซึ่งเพิ่งมาสร้างโดมต่อเติม ขึ้นในภายหลังเมื่อปี ค.ศ.1893 (GPS : 47.0504763, 8.3051267) พิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ และพิพิธภัณฑ์ธรรมชาติ

เดินตามถนนริมแม่น้ำไปอีกนิด ก็ถึงพิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ (Historisches Museum) จัดแสดงประวัติความเป็นมาของเมืองลูเซิร์นในอดีต พร้อมอุปกรณ์นักรบ เครื่องแต่งกาย เครื่องใช้ทํามาหากินในอดีต ตึกอีกฝังที่อยู่ติดกับพิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ คือ พิพิธภัณฑ์ธรรมชาติ (Natur-Museum) จัดแสดงซากสัตว์ที่สตัฟฟ์ไว้ และแมลงสายพันธุ์ต่างๆ จนได้ชื่อว่าเป็นพิพิธภัณฑ์ธรรมชาติอันดับต้นๆของประเทศ

เวลา : 10.00-17.00 น. ปิดวันจันทร์
ค่าเข้าชม : พิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ 10 ฟรังก์, ธรรมชาติ 8 ฟรังก์, Swiss Pass ฟรี
GPS : 47.0513713, 8.3015816

  • สะพานไม้สปรอยเออร์บรุคเคอ (Spreuerbrucke)

สะพานไม้ที่อยู่ระหว่างพิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ กับพิพิธภัณฑ์ธรรมชาติ คือ สะพานสปรอยเออร์บรุคเคอ (Spreuerbrucke) เป็นสะพานไม้ที่มีขนาดเล็กกว่าสะพานคาเพลอย่างมาก ถ้าเอาไปเทียบกับสะพานนั้นก็อาจผิดหวัง แต่คุณสมบัติของสะพานแห่งนี้ ใช้สําหรับสัญจรไปมา และใช้เป็นประตูควบคุมระดับน้ำเช่นเดียวกัน

GPS : 47.0519303, 8.3017209

สนับสนุนโดยยูฟ่าเบท ufabet