เที่ยวชมดินแดนที่ได้ชื่อว่า ‘ไข่มุกแห่งริเวียร่าสวิส’ ณ เมืองเวอเวย์ (Vevey)

vevey

-เมืองเวอเวย์ (Vevey)-

เวอเวย์ (Vevey) เมืองที่ได้รับการขนานนามว่าเป็น “ไข่มุกแห่งริเวียร่าสวิส” ดินแดนที่เหมาะแก่การทํากิจกรรมทุกฤดูกาล ขึ้นชื่อในเรื่องการปลูกองุ่น และเป็นแหล่งผลิตไวน์ชั้นเลิศของประเทศ บางครั้งคนมักเรียกเมืองนี้ว่า เมืองสามแดด เพราะมีแดดจากท้องฟ้า จากแสงสะท้อนในทะเลสาบเจนีวา และจากแนวกําแพงไหล่เขาในอดีต เมืองเวอเวย์มีความรุ่งเรืองอย่างมาก แต่เมื่อถึงยุคกลาง ความเจริญย้ายออกไปละแวก ปราสาทชีลง (Chateau de Chillon) ในแถบเมืองมองเทรอซ์ (Montreux) แทน

ผมแวะไปเที่ยวเมืองเวอเวย์ต่อจากโลซานน์ แล้วตามด้วยเมืองมองเทรอซ์ ซึ่งเน้นในเชิงเก็บตกสถานที่ท่องเที่ยวมากกว่า หากมีเวลาน้อย ควรแบ่งมาเมืองนี้อีกวัน นอกเหนือจากวันที่ไปเจนีวาหรือโลซานน์

การเดินทางสู่เวอเวย์

ด้วยความที่เมืองเวอเวย์อยู่ห่างจากโลซานน์เพียง 20 กิโลเมตร จึงสามารถเดินทางด้วยรถไฟมาได้สะดวก ใช้เวลาเพียง 15-20 นาที ดังนั้นนักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ จึงมักพ่วงโปรแกรมเที่ยวเวอเวย์ไปพร้อมกับเมืองเจนีวา โลซานน์ และมองเทรอซ์ ภายในวันเดียว ยิ่งถ้าไปช่วงฤดูร้อนพระอาทิตย์ตกช้า ยิ่งเที่ยวได้เยอะ แต่ถ้าไปฤดูหนาว ควรวางแผนเผื่อเวลาไว้ด้วย เพราะพระอาทิตย์ตกเร็ว เผลอแป๊บเดียวก็มืดแล้ว

เดินออกจากสถานีรถไฟเวอเวย์ (Vevey) ข้ามถนนเลาะลงมาริมทะเลสาบ ทางทิศใต้มา 600 เมตร จนถึงถนน Quai Perdonnet ซึ่งเป็นถนนเลียบชายหาด เดินตรงไปเรื่อยๆ สัมผัสบรรยากาศของเมืองตากอากาศชื่อดัง จนถึงรูปปั้นชาร์ลี แชปลิน (Charlie Chaplin) สร้างไว้เป็นอนุสรณ์ในโอกาสที่เขามาใช้ชีวิตช่วงบั้นปลายสุดท้าย 25 ปีที่เมืองนี้ ก่อนเสียชีวิตเมื่อปี ค.ศ.1977 แม้เขาจะเป็นชาวลอนดอนโดยกําเนิดไม่ใช่ชาวสวิส แต่ชาวเมืองเวอเวย์ต่างยกย่องในความสามารถของเขา พร้อมจัดเทศกาล ภาพยนตร์ตลกเพื่อรําลึกถึงเขาทุกปี (GPS : 46.458002, 6.8460028)

vevey

ใกล้รูปปั้นชาร์ลี มีประติมากรรมร้อมยักษ์ในน้ำกลางทะเลสาบ ที่เป็นสัญลักษณ์ของเมือง จนใครผ่านไปผ่านมาต้องแวะถ่ายภาพที่ระลึกอยู่ประจํา

ติดกันมีพิพิธภัณฑ์ Alimentarium จัดแสดงเกี่ยวกับอาหาร และโภชนาการ เช่นวัฒนธรรมการบริโภค, ประสาทสัมผัสเกี่ยวกับอาหารชนิดต่างๆ และความรู้ในด้านการบริโภค อาคารแห่งนี้เคยเป็นที่ตั้งสํานักงานบริษัทเนสท์เล่ (Nestle) มาก่อน ดังนั้น พื้นที่จัดแสดงส่วนใหญ่จึงมีแต่ผลิตภัณฑ์ของเนสท์เล่ให้ชมมากหน่อย

vevey

เวลา : เม.ย.-ก.ย. 10.00-18.00 น., ต.ค.-มี.ค. 10.00-17.00 น. ปิดวันจันทร์
ค่าเข้าชม : 13 ฟรังก์, Swiss Pass ฟรี
GPS : 46.2011257, 6.1484199

  • เมืองมองเทรอซ์ (Montreux)

มองเทรอซ์ (Montreux) เมืองตากอากาศที่มีขนาดใหญ่ และนิยมที่สุดในเขตริเวียร่าสวิส อยู่ถัดจากเมืองเวอเวย์ และเมืองโลซานน์ไปไม่ไกล มองเทรอซ์จึงกลายเป็นเมืองพักผ่อนสําหรับชาวเมืองไปโดยปริยาย ในอดีตมองเทรอซ์เคยเป็นเมืองที่หลายคนหมายปอง เพราะคือสวรรค์ของนักเขียน ศิลปิน แต่ยุคทองของมองเทรอซ์ กลับดับวูบลงในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 1 บทบาทของเมืองนี้จึงถูกหลงลืมไปบ้าง

สถานที่ท่องเที่ยวนอกจากที่พักริมทะเลสาบเจนีวา ยังมีปราสาทชีลง (Chateau de Chillon) ปราสาทโบราณอายุเก่าแก่นับพันปี ตั้งอยู่ริมทะเลสาบ ถัดจากมองเทรอซ์ ไปไม่ไกล ดังนั้นถ้ามาถึงมองเทรอซ์แล้ว ก็ควรแวะไปเที่ยวปราสาทสักหน่อย

การเดินทางสู่มองเทรอซ์

เมืองมองเทรอซ์ตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกของเมืองเวอเวย์ไปเพียง 6 กิโลเมตร ดังนั้นจึงใช้เวลาโดยสารรถไฟไม่เกิน 10 นาทีก็ถึง จึงสามารถวางแผนโปรแกรมเที่ยว ต่อจากเมืองเวอเวย์ได้อย่างสะดวก

จากสถานีรถไฟมองเทรอซ์ (Montreux) ข้ามถนนมาฝั่งตรงข้าม แล้วทะลุลงมา ถนนเลียบชายหาด (Quai Edouard-Jaccoud) เลี้ยวซ้ายเดินเลาะชมวิวทะเลสาบไปเรื่อยๆ ทางทิศใต้ราว 400 เมตร จะเห็นรูปปั้นเฟร็ดดี เมอร์คิวรี (Freddie Mercury) ศิลปินชื่อดังชาวอังกฤษ ที่มาสร้างชื่อเสียงในสวิตเซอร์แลนด์ ตั้งอยู่ใกล้กับจัตุรัสตลาด (Place du Marche) จัตุรัสที่อองรี เนสท์เล่ (Henri Nestle) ผู้ก่อตั้งบริษัทเนสท์เล่ บริจาคเงินจํานวน 80,000 ฟรังก์ ให้สร้างตลาดเมื่อปี ค.ศ. 1891

เฟร็ดดี เมอร์คิวรี (Freddie Mercury) นักร้อง นักแต่งเพลง และโปรดิวเซอร์ ชื่อดังชาวอังกฤษ รู้จักกันในนามนักร้องนําวงควีน (Queen) ซึ่งมีพลังเสียงอันทรงพลัง เฟร็ดดีมาที่เมืองมองเทรอซ์แล้วรู้สึกประทับใจ จึงสร้างห้องบันทึกเสียงสําหรับออกอัลบั้มใหม่ของวง และใช้ชีวิตบั้นปลายอยู่ที่นี่ ก่อนต่อมาจะเสียชีวิตด้วยโรคเอดส์ในปี ค.ศ.1991 เหลือไว้เพียงรูปปั้นของเขาเป็นความทรงจําให้เห็นต่างหน้า

  • ปราสาทชีลง (Chateau de Chillon)

จากรูปปั้นเฟรดดีเดินย้อนกลับบนถนนเลียบชายหาดไปสถานีรถไฟ เพื่อขึ้นเรือจากท่าเรือ Montreux CGN ไปปราสาทชีลง ใช้เวลา 10-15 นาที แต่ละวันเรือออกไม่กี่รอบ ถ้าไม่ทันเรือก็ย้อนมาถนน Grand Rue ด้านบน เพื่อขึ้นรถประจําทางสาย 201 ใช้เวลา 10 นาที อีกวิธีคือ ขึ้นรถไฟท้องถิ่นลงสถานี Veytaux-Chillon ใช้เวลา 2 นาที

ปราสาทชีลง (Chateau de Chillon) สร้างขึ้นตั้งแต่ศตวรรษที่ 11 บนเกาะเล็กๆใกล้ฝั่ง ทําให้ดูเหมือนปราสาทลอยอยู่กลางน้ำ เดิมสร้างเพื่อใช้เป็นป้อมควบคุม ขบวนสินค้าของผู้สัญจรไปมา และเก็บค่าผ่านทางในสมัยโรมัน เพราะเป็นเส้นทางเดียว ที่สามารถเดินทางจากตะวันตกสู่ตะวันออกได้โดยไม่ต้องลําบากข้ามเทือกเขาชาวสวิส จึงรู้สึกถูกเอารัดเอาเปรียบเป็นอย่างมาก กระทั่งในปี ค.ศ.1530 เกิดการประท้วงต่อต้านความไม่เป็นธรรม นําโดยฟรองซัว เดอ โบนีวาร์ (Francois de Bonivard) รองเจ้าอาวาส โบสถ์เซนต์วิกเตอร์ ใกล้เมืองเจนีวา แต่กลับถูกผู้มีอํานาจคุมขังภายในปราสาทอยู่หลายปีก่อนที่กองทัพเบิร์นจะมาทําลายอํานาจที่ไม่เป็นธรรมเหล่านั้น พร้อมยึดครองปราสาท ชีลงให้เป็นอิสระในอีกหกปีต่อมา เมื่อ ค.ศ.1536

ปัจจุบันปราสาทชีลงเปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าชมห้องหับต่างๆได้ทั้งปราสาท เช่น ห้องอาหาร ห้องนอน ห้องที่จําคุกโบนีวาร์ ซึ่งมีรอยเท้าบุคคลนิรนาม ว่ากันว่าเป็นรอยเท้าของโบนีวาร์ผู้ถูกคุมขังในอดีต ยังมีห้องจําหน่ายไวน์ และของที่ระลึกไว้ด้วย

จากสถานีรถไฟมองเทรอซ์ สามารถขึ้นรถไฟท้องถิ่นต่อมาที่สถานี VeytauxChillon ใช้เวลา 2 นาที แล้วเดินต่ออีกประมาณ 300 เมตร, ขึ้นเรือจากท่าเรือ Montreux CGN ริมทะเลสาบมาลงท่าเรือ Chateau-de-Chillon ใช้เวลา 10-15 นาที แต่มีรอบเรือให้เลือกวันละไม่กี่รอบ, ขึ้นรถประจําทางสาย 201 เมื่อออกจากสถานีรถไฟข้ามถนน มาฝั่งตรงข้ามขวามือมีบันไดเล็กๆ สําหรับลงไปถนน Grand Rue ให้รอรถที่ป้ายรถเมล์ตรงนั้น ใช้เวลาเดินทาง 10 นาที แล้วเดินต่ออีกไม่เกิน 100 เมตรก็ถึงปราสาท

การเดินทาง : เรือ, รถประจําทาง หรือรถไฟ ตามข้อมูลข้างบน
เวลา : เม.ย.-ก.ย. 9.00-19.00 น. ต.ค. 9.30-18.00 น. พ.ย.-มี.ค. 10.00-17.00 น.
ค่าเข้าชม : 12.5 ฟรังก์, เด็ก 6 ฟรังก์, Swiss Pass เข้าชมฟรี
GPS : 46.4142308, 6.9274977

สนับสนุนโดยยูฟ่าเบท ufabet