ท่องเที่ยวเส้นทางตามรอยพระบาทในหลวง…ณ ประเทศสวิสเซอร์แลนด์

 – เส้นทางตามรอยพระบาทในหลวง –

หากท่านใดมีเวลาเหลือน้อย เหลือเวลาสําหรับเที่ยวสถานที่ในเขตเมืองเก่า (เนินเขาด้านบน) เท่านั้น ให้ขึ้นรถประจําทางสาย 8 จากป้ายรถเมล์บนถนน Avenue de Denantou เหนือสวนเดอร็องตู ที่ตัดกับถนน Quai d’Ouchy ด้านข้างสวนไปลงป้าย Riponne-M.Bejart (ใช้เวลาประมาณ 15 นาที) 

ส่วนท่านที่มีเวลาเหลือ ต้องการเส้นทางตามรอยพระบาทในหลวง เพื่อชมสถานที่ประวัติศาสตร์ ก็แอบมีสถานที่แนะนํา 3 แห่ง เริ่มต้นเดินจากสวนเดอร็องตูขึ้นไปทางทิศเหนือ เส้นทางเดียวกันกับไปป้ายรถเมล์ แต่เดินขึ้นเนินชิ้นเล็กๆข้างป้ายรถเมล์ ไปตามถนน Chemin de Champittet อีกหน่อย เมื่อเดินไปจนตัดกับถนน Chemin de Chamblandes เลี้ยวขวาอีกไม่ถึง 100 เมตร ฝั่งขวามือคือ อดีตพระตําหนักวิลล่า วัฒนาบนเลขที่ 51 ถนน Chemin de Chamblandes ที่สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนีหรือสมเด็จย่า, พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว, พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 8 และสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอฯ ใช้เป็นสถานที่ประทับ หลังจากพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 7) สละราชสมบัติ และรัฐบาลไทยได้อัญเชิญ พระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอานันทมหิดล เสด็จขึ้นครองสิริราชสมบัติ โดยพระตําหนัก วิลล่าวัฒนาเป็นบ้านสูง 3 ชั้น มีสวนผลไม้อยู่หน้าบ้าน สมเด็จย่าทรงเช่าบ้านหลังนี้ เดือนละ 8,000 ฟรังก์ ซึ่งเจ้าของบ้านยินดีขายในราคา 96,000 ฟรังก์ แต่ไม่ได้ทรงซื้อไว้ เพราะไม่มีเงินก้อน ปัจจุบันไม่หลงเหลือพระตําหนักวิลล่าวัฒนาให้เห็นแล้ว เนื่องจากบ้านหลังเดิมทรุดโทรมมาก เจ้าของจึงรื้อทิ้ง สร้างเป็นอพาร์ทเม้นท์สูง 3 ชั้นแทน โดยตั้งชื่อว่า Chamblandes 51 ดังนั้นหากจะไปชม ขอแค่เดินผ่านหน้าบ้านก็พอ เพราะ เกรงว่าจะรบกวนผู้พักอาศัย (GPS : 46.5079906, 6.6453664)

จากอดีตที่ตั้งพระตําหนักวิลล่าวัฒนา ให้เดินย้อนกลับมาทางเดิมนิดหน่อย แล้วเลี้ยวขวาเดินต่อขึ้นเนินไปทิศเหนือตามถนน Chemin de Chamblandes เมื่อถึงสี่แยกแรก จะเห็นป้ายรถเมล์ฝั่งซ้ายมือ ให้รอขึ้นรถประจําทางสาย 4 จากป้าย Pully นี้ ได้เลย ขึ้นรถไฟลงป้าย Alpes ใช้เวลาราว 5 นาที เมื่อลงรถประจําทางแล้ว ให้หันหลังย้อนกลับมาทางทิศใต้ จะเห็นอาคารสูง 5 ชั้นอยู่ที่หัวมุมถนน Tissot

แฟลตเลขที่ 16 ถนนทิสโซต์ (16 Avenue Tissot) สถานที่ที่สมเด็จย่า พร้อมพระธิดา และพระโอรส ทรงใช้เป็นที่ประทับระหว่างปี พ.ศ.2476-2478 ก่อนจะย้าย ไปประทับที่พระตําหนักวิลล่าวัฒนา สาเหตุที่เหลือแฟลตแห่งนี้ เพราะทรงต้องการประหยัดค่าใช้จ่าย จึงเลือกแฟลตที่อยู่ห่างจากเมือง แต่ใช้เวลาเดินเพียง 15 นาที ก็เดินถึงจุดสําคัญของเมือง สมเด็จพระพี่นางเธอฯ นิพนธ์ไว้ว่า “เป็นตึกขนาดใหญ่มีแฟลตหลายชุด แม่เช่าที่ชั้นล่างเพราะเกรงว่าลูกอาจรบกวนคนที่พักอยู่ข้างใต้ ด้วยการวิ่งหรือกระโดด ใต้แฟลตของเรายังมีโรงรถอีก” ปัจจุบันพื้นที่ชั้นล่างไม่ได้ใช้เป็นที่พักแล้ว แต่เปลี่ยนเป็นพื้นที่ให้เช่าทําสํานักงานแทน ถ้าเดินย้อนไปด้านหลังอาคาร จะเห็นสวนขนาดเล็ก สถานที่ที่พระเจ้าอยู่หัวทั้งสองพระองค์ โปรดเล่น และหัดจักรยานที่นี่ ปัจจุบันบริเวณนี้เป็นสนามหญ้า และมีเครื่องเล่นเด็กอยู่ (GPS : 46.5150004, 6.6361406)

จากหน้าแฟลตเลขที่ 16 ถนนทิสโซต์ สามารถเดินย้อนกลับไปสถานีรถไฟได้ ในเวลา 5-10 นาที แต่ให้เดินต่อขึ้นไปทางทิศเหนือตามถนน Avenue Juste-Olivier แล้วเลี้ยวขวาที่สี่แยกเข้าสู่ถนน Avenue de Rumine เดินต่ออีก 300 เมตร ไปยังถนน Avenue de ‘Avant-Poste ใช้เวลาเดินรวม 15 นาทีก็ถึง

แฟลตเลขที่ 19 ถนนอาวองต์ โพสต์ (19 Avant-Poste) สถานที่ที่สมเด็จย่า ใช้เป็นที่ประทับตั้งแต่ปี พ.ศ.2493 หลังพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ทรงราชาภิเษกสมรสกับสมเด็จพระนางเจ้าฯ โดยสมเด็จย่ามีพระประสงค์ต้องการให้ สองพระองค์มีความเป็นส่วนตัว จึงทรงย้ายจากพระตําหนักวิลล่าวัฒนามาประทับใน แฟลตเลขที่ 19 แห่งนี้โดยประทับอยู่ชั้นบนสุดของอาคาร (GPS: 46.5176659, 6.6419964)

จากแฟลตเลขที่ 19 สามารถเดินไปทางทิศตะวันตกไปเขตเมืองเก่า เพื่อเริ่มต้น แวะชมสถานที่ท่องเที่ยวในย่านนั้น แต่ถนนที่ใช้เดินไปเขตเมืองเก่าค่อนข้างเป็นเนินชั้น ออกกําลังขาสักนิดประมาณ 15 นาที ก็ถึงมหาวิหารโลซานน์ (Lausanne Cathedral)

“เนื่องจากสถานที่ตามรอยพระบาทแต่ละแห่งค่อนข้างอยู่ไกลกัน เพื่อความสะดวก จึงแนะนําให้ใช้แผนที่ในสมาร์ทโฟนนําทางไปยังจุดหมายที่ถูกต้อง โดยค้นหาตามพิกัด GPS ที่ผมแสดงไว้ของสถานที่แต่ละแห่ง”

ตามรอยพระบาทในหลวง

เขตเมืองเก่าโลซานน์

กลับมาเริ่มต้นท่องเที่ยวในเขตเมืองเก่าของโลซานน์ ซึ่งตั้งอยู่บนเนินเขาทาง ทิศเหนือของทะเลสาบเจนีวา วิธีเดินทางมาเขตเมืองเก่าที่สะดวกที่สุด ให้ขึ้นรถไฟใต้ดิน (Metro) จากสถานีรถไฟเจนีวา หรือจากสถานีใดก็ได้ มาลงที่ Riponne-M.Bejart ไม่ว่าใช้ทางออกประตูไหน ก็จะมาโผล่ที่จัตุรัสริปอนน์ (Place de la Riponne)

ตามรอยพระบาทในหลวง

Palais de Rumine อาคารนีโอคลาสสิคขนาดใหญ่ติดกับจัตุรัสริปอนน์ สร้างขึ้นเมื่อปี ค.ศ. 1892 เพื่อใช้เป็นมหาวิทยาลัยโลซานน์ (University of Lausanne) ต่อมาในปี 1980 ได้ย้ายที่ตั้งมหาวิทยาลัยไปชานเมือง อาคารแห่งนี้จึงเปลี่ยนเป็น ห้องสมุดมหาวิทยาลัย และแบ่งพื้นที่เป็นพิพิธภัณฑ์ห้าแห่งของรัฐได้แก่ พิพิธภัณฑ์ ศิลปะ (Cantonal Museum of Fine Arts), พิพิธภัณฑ์โบราณคดี และประวัติศาสตร์ (Cantonal Museum of Archeology and History), พิพิธภัณฑ์เงินตรา (Cantonal Museum of Money), พิพิธภัณฑ์ธรณีวิทยา (Cantonal Museum of Geology) และ พิพิธภัณฑ์เกี่ยวกับชีวิตสัตว์ (Cantonal Museum of Zoology)

ตามรอยพระบาทในหลวง

การเดินทาง : รถไฟ metro สถานี Riponne-m.Beiant 3
เวลา : อังคาร-พฤหัสฯ 11.00-18.00 น. ศุกร์-อาทิตย์ ปิด 17.00 น. (ปิดวันจันทร์)
ค่าเข้าชม : เข้าชมฟรีทั้ง 5 พิพิธภัณฑ์
GPS : 46.5235576, 6.6336681

เมื่อครั้งที่นี่ยังเป็นที่ตั้งของมหาวิทยาลัยโลซานน์ สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอฯ, พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดลฯ และพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงสําเร็จการศึกษาจากที่นี่ โดยสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอฯ ทรงศึกษาด้านเคมี พระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดลฯ ทรงศึกษาด้านนิติศาสตร์ และพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลฯ ทรงศึกษาด้านวิทยาศาสตร์ แต่เมื่อพระองค์เสด็จขึ้นครองราชย์ ทรงเปลี่ยนมาศึกษาด้านกฎหมาย รัฐศาสตร์ และเศรษฐศาสตร์ เพื่อใช้ในการบริหารราชการแผ่นดิน ส่วนสมเด็จย่า ทรงศึกษาในวิชาภาษาละติน ปรัชญา วรรณคดี และสันสกฤตเพิ่มเติมด้วย

  • มหาวิหารโลซานน์ (Lausanne Cathedral)

GPS : 46.5225934, 6.6352369

หากหันหน้าเข้าอาคาร Palais de Rumine ฝั่งขวามือหัวมุมอาคารมีบันไดเล็กๆ ขึ้นไปถนน Rue Pierre-Viret ข้ามถนนไปอีกฝั่ง แล้วขึ้นบันไดต่อไปอีกนิดก็ถึง มหาวิหารโลซานน์ (Lausanne Cathedral) หรือเรียกกันอีกชื่อหนึ่งว่า มหาวิหาร นอเตรอดาม (Notre-Dame) สร้างขึ้นตั้งแต่ศตวรรษที่ 12 ด้วยสถาปัตยกรรมสไตล์ โกธิก เพื่ออุทิศแด่พระแม่มารี และยังเป็นวิหารที่มีขนาดใหญ่ที่สุดของสวิตเซอร์แลนด์ ในขณะนั้น บริเวณซุ้มทางเข้ามีการแกะสลักอย่างสวยงาม ส่วนด้านในมีกระจกสีที่ วาดภาพเล่าเรื่องราวกว่า 105 บาน หากต้องการชมวิวทิวทัศน์มุมสูงของเมืองโลซานน์ สามารถขึ้นบันได 160 ขึ้นไปบนยอดหอคอยของวิหารได้

เดิมวิหารแห่งนี้ชื่อวิหารนอเตรอดาม ตามการตั้งชื่อของนิกายคาทอลิก แต่เมื่อ เปลี่ยนเป็นวิหารนิกายโปรแตสแตนท์ในยุคการปฏิรูปศาสนา ก็ไม่ค่อยมีใครเรียกวิหารนี้ว่า นอเตรอดามอีกต่อไป แต่เรียกมหาวิหารโลซานน์แทน

สนับสนุนโดยยูฟ่าเบท ufabet