ชมเจดีย์เก่า และสมรภูมิไทย-พม่าสมัยพระนเรศวร

หากต้องการเที่ยวรอบนอกตัวเมืองกาญจนบุรีในรัศมีไม่เกิน 20 กม. ที่เที่ยวกลุ่มที่เราลิสต์ไว้นี้ก็นับว่าน่าสนใจเป็นอย่างยิ่ง เช่น บ้านหนองขาว พระบรมราชานุสาวรีย์สมเด็จพระนเรศวรมหาราช สุสานเขาช่องไก่ เป็นต้น สําหรับการไปเที่ยวบ้านหนองขาวนั้นควรจะเดินทางไปช่วงงานอดีตเรืองรองที่บ้านหนองขาว ซึ่งจัดเป็นประจําทุกปี นักท่องเที่ยวจะได้เห็นกิจกรรมต่างๆของหมู่บ้านมากกว่าช่วงอื่นๆ

เจดีย์ยุทธหัตถี พระบรมราชานุสาวรีย์สมเด็จพระนเรศวรมหาราช ชมเจดีย์เก่า และสมรภูมิไทย-พม่าสมัยพระนเรศวร

ตั้งอยู่กลางทุ่งนากว้างใหญ่ ซึ่งมีพื้นที่ต่อเนื่องกันระหว่างบ้านหนองขาวใน อ. ท่าม่วง และบ้านดอนเจดีย์ใน อ. พนมทวน มีทิวทัศน์สวยงาม โดยเฉพาะในหน้าฝนที่ชาวนาเริ่มปักดํา บริเวณนี้มีการขุดพบโบราณวัตถุสมัยอยุธยาจํานวนมาก เช่น กระดึง เครื่องประดับ ช้างศึกทําด้วยทองเหลือง ลูกกระพรวนม้าศึก โซ่เหล็กแบบโบราณ ในบริเวณใกล้เคียงยังพบสถูปเจดีย์ขนาดเล็ก ซึ่งเชื่อว่าสร้างขึ้นเพื่อเป็นอนุสรณ์ในการทํายุทธหัตถีระหว่างสมเด็จพระนเรศวรมหาราชกับพระมหาอุปราช

ที่ตั้งและการเดินทาง : บ้านดอนเจดีย์ อ. พนมทวน ห่างจากบ้านหนองขาว 5 กม. หากเดินทางโดยรถยนต์ส่วนตัว จาก อ.ท่าม่วงใช้ทางหลวงหมายเลข 3084 ไปทางบ้านหนองขาวประมาณ 8 กม. ถึงสามแยกบริเวณบ้านหนอง ขาวให้เลี้ยวขวาไป 3 กม. มีทางแยกขวามือไปอีก 4 กม. หรือนั่งรถประจําทาง ขึ้นรถสายกาญจนบุรี-สุพรรณบุรี

ประวัติ : มีการขุดพบโบราณวัตถุสมัยอยุธยาจํานวนมากในทุ่งนาบ้านหนองขาวต่อเนื่องถึงบ้านดอนเจดีย์ ซึ่งผู้เชี่ยวชาญจากกรมศิลปากรสันนิษฐานว่าเป็นโบราณวัตถุสมัยอยุธยาตอนต้นถึงตอนกลาง มีนักประวัติศาสตร์ท้องถิ่นตั้งสมมุติฐานว่าแหล่งโบราณคดีบ้านหนองขาวและดอนเจดีย์นี้เกี่ยวพันถึงการเดินทัพผ่านเมืองกาญจนบุรีของสมเด็จพระนเรศวรมหาราช เมื่อปี พ.ศ. 2142 และได้รับชัยชนะ นอกจากนี้ยังเชื่อว่าบริเวณดังกล่าวอาจเป็นสมรภูมิรบครั้งสําคัญ ซึ่งเมื่อสืบค้นในประวัติศาสตร์ เป็นไปได้ว่าอาจเป็นทุ่งที่ใช้ทํายุทธหัตถีระหว่างสมเด็จพระนเรศวรมหาราชกับพระมหาอุปราช ข้อสมมุติฐานดังกล่าวทําให้ จ. กาญจนบุรีได้สร้างพระบรมราชานุสาวรีย์เพื่อเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนเรศวรมหาราชขึ้นใกล้กับเจดีย์ยุทธหัตถี ในปี พ.ศ. 2542 ซึ่งเป็นวาระครบรอบ 400 ปี ของการเดินทัพครั้งสําคัญ

สิ่งน่าสนใจ

  • พระบรมราชานุสาวรีย์สมเด็จพระนเรศวรมหาราช เป็นรูปหล่อสมเด็จพระนเรศวรมหาราชทรงช้างศึกขนาดใหญ่ ตั้งอยู่บนแท่นสูง 5 ม. หันหน้าไปทางทิศตะวันตก โดดเด่นเป็นสง่าอยู่กลางท้องทุ่ง รอบบริเวณมีการปรับปรุงภูมิทัศน์ให้เป็นสวนพักผ่อน มีศาลาสําหรับสักการะสมเด็จพระนเรศวรฯ และหอนิทรรศการซึ่งจัดแสดงพระราชประวัติการประกาศเอกราชไม่ขึ้นกับพม่า เหตุการณ์ยกทัพผ่าน จ. กาญจนบุรีเมื่อ พ.ศ. 2142 นอกจากนี้ยังจัดแสดงโบราณวัตถุที่ขุดพบในท้องทุ่งบ้านหนองขาวและบ้านดอนเจดีย์
  • เจดีย์ยุทธหัตถี เป็นเจดีย์โบราณขนาดเล็กทรงกลม ก่ออิฐถือปูน สูงประมาณ 7 ม. แต่ส่วนยอดและองค์ระฆังได้หักพังทลายลง ตั้งอยู่ด้านหลังพระบรมราชานุสาวรีย์ประมาณ 300 ม. ชาวบ้าน ในท้องถิ่นเชื่อกันว่าเจดีย์องค์นี้สร้างขึ้นเพื่อเป็นอนุสรณ์ในการทํายุทธหัตถี เมื่อ พ.ศ. 2142 ขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานเมื่อปี พ.ศ. 2539 ปัจจุบันทาง จ. กาญจนบุรีได้ปรับปรุงภูมิทัศน์โดยรอบเป็นสนามหญ้ารูปวงกลมประดับด้วยรูปปั้นไก่ชน เนื่องจากเชื่อกันว่า สมเด็จพระนเรศวรมหาราชโปรดการชนไก่

บ้านหนองขาว สัมผัสชีวิตไทยพื้นบ้าน และซื้อผ้าขาวม้าร้อยสี

เป็นหมู่บ้านชนบทไทยภาคกลางที่มีอายุเก่าแก่มานานกว่า 200 ปี มีวัดเป็นศูนย์กลางชุมชนสองแห่งคือ วัดอินทารามและวัดใหญ่ดงรัง สภาพบ้านเรือนไทยสมัยเก่า วิถีชีวิตความเป็นอยู่ การประกอบอาชีพ และประเพณีแบบโบราณในสังคมชาวนาไทยยังเป็นสิ่งที่ชาวบ้านหนองขาวยังคงรักษาและปฏิบัติสืบต่อกันมาจนทุกวันนี้

ที่ตั้งและการเดินทาง : ต. หนองขาว อ. ท่าม่วง หากเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัว จาก อ. ท่าม่วงใช้ทางหลวงหมายเลข 3084 ไปราว 8 กม. หรือนั่งรถประจําทาง ขึ้นรถสายกาญจนบุรี สุพรรณบุรี

ประวัติ : บ้านหนองขาวตั้งมาแต่ครั้งกรุงศรีอยุธยา ชาวบ้านแถบนี้ได้หลบหนีกระจัดกระจายกันไปจนหมดในคราวเสียกรุงครั้งที่ 2 และกลับมาตั้งบ้านเรือนอีกครั้งในสมัยต้นกรุงรัตนโกสินทร์ เมื่อเจ้านายจากพระนครเดินทางมากาญจนบุรีก็มักแวะเยี่ยมราษฎรและพักผ่อนที่นี่

สิ่งน่าสนใจ

  • วัดอินทาราม เดิมชื่อวัดหนองขาว สมัยรัชกาลที่ 5 พระองค์ได้เสด็จผ่านมาจึงโปรดเกล้าฯให้ตั้งชื่อวัดใหม่เป็นวัดอินทาราม ภายในวัดมีสิ่งน่าสนใจ เช่น โบสถ์เก่า ปรางค์องค์ใหญ่ และวิหารประดิษฐานพระพุทธรูปปางปาลิไลยก์ขนาดใหญ่ โดยเฉพาะพิพิธภัณฑ์บ้านหนองขาว จัดแสดงข้าวของเครื่องใช้ในชีวิตประจําวันของชาวนาไทย และในพิธีกรรม ความเชื่อ และประเพณีที่สําคัญต่างๆของชาวบ้านในรอบปี
  • น้ำตาลสดและน้ำตาลปึก หมู่บ้านหนองขาวมีชื่อเสียงมากในเรื่องทําน้ำตาลสดและน้ำตาลปีก เนื่องจากยังปลูกต้นตาลจํานวนมากตามริมทางหลวงหมายเลข 323 จากกาญจนบุรีมาบ้านหนองขาว มีข้าวหลามและน้ำตาลปีกฝีมือชาวบ้านวางขายอยู่เป็นระยะ ในช่วงเดือน ก.พ.-เม.ย. จะมีน้ำตาลสดและลูกตาลสดด้วย
  • ผ้าทอ ผ้าทอเอกลักษณ์ของที่นี่คือผ้าขาวม้าลายตาจักร ใช้ด้ายสีแดง เขียว เหลือง ทอสลับเป็นตาหมากรุกแบบผ้าขาวม้า และยังมีลวดลายตาจักรที่สอดสลับไปมาคล้ายถักเปีย เป็นลายเส้นสีที่ต่างออกไป ปัจจุบันผู้หญิงชาวหนองขาวทุกครัวเรือนต่างหันกลับมาฟื้นฟูการทอผ้า รวมตัวเป็นกลุ่มแม่บ้านเปิดร้านค้าปลีกเพื่อขายผ้าขาวม้า โดยผ้าที่มีชื่อเสียงคือ ผ้าขาวม้าร้อยสี ซึ่งประยุกต์จากแบบดั้งเดิมให้เป็นสีสันต่างๆตามความนิยม นอกจากนี้ยังทอเป็นผ้าผืนและเสื้อผ้าสําเร็จรูปด้วย

วัดถ้ำมังกรทอง ชมโบราณวัตถุและแม่ชีลอยน้ำ

เป็นวัดเก่าแก่อายุมากกว่า 100 ปี เจ้าอาวาสองค์แรกคือหลวงพ่อตัว เป็นศิษย์วัดจักรวรรดิราชาวาส กรุงเทพฯ ซึ่งไปบุกเบิกพื้นที่และสร้างวัดขึ้น

ที่ตั้งและการเดินทาง : อยู่บนเทือกเขาหินปูนใหญ่ริมฝั่งแม่น้ำแม่กลอง เป็นภูเขาเทือกเดียวกับถ้ำแก้ว ห่างจากตัวเมืองกาญจนบุรีราว 7 กม. หากเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัว จากศาลากลางจังหวัดใช้ทางหลวงหมายเลข 3429 ไป 4 กม. จะเห็นทางเข้าวัดทางซ้ายมือ หรือนั่งรถประจําทาง ขึ้นรถสายกาญจนบุรี-ด่านมะขามเตี้ย

สิ่งน่าสนใจ

  • พิพิธภัณฑ์วัดถ้ำมังกรทอง รวบรวมโบราณวัตถุในยุคต่างๆของกาญจนบุรีไว้อย่างน่าสนใจ จัดแสดงโดยแยกของแต่ละประเภทไว้ในตู้ต่างๆ เช่น เครื่องมือหินและเครื่องปั้นดินเผาในยุคก่อนประวัติศาสตร์ พระพุทธรูป และพระพิมพ์ดินเผาจํานวนมากจากกรุเจดีย์เก่าของวัดต่างๆในเขตเมืองกาญจนบุรีเก่า อาวุธสงคราม เช่น มีด หอก ที่หลงเหลือจากสงครามไทย-พม่า ในช่วงอยุธยาตอนปลาย
  • ถ้ําเขามังกรทอง ขึ้นบันได 94 ขั้นจากบริเวณวัดเชิงบันได ทําเป็นรูปหัวมังกร ตัวถ้ำยาวประมาณ 65 ม. ภายในประดิษฐานพระพุทธรูปหลายองค์เพื่อให้ประชาชนสักการะ ผนังถ้ำติดไฟฟ้า และพื้นถ้ำช่วงแรกเทปูนซีเมนต์ไว้อย่างถาวรเพื่อให้เดินได้สะดวก ในถ้ำอากาศเย็นสบาย ตัวถ้ำมีซอกหินสลับซับซ้อน หินงอกหินย้อยมีไม่มากและไม่สวยนักเนื่องจากเป็นถ้ำที่หยุดสะสมตัวแล้ว
  • แม่ชีลอยน้ำ เป็นการแสดงทําสมาธิลอยตัวในบ่อน้ำขนาดเล็กที่สร้างขึ้นมาเพื่อการแสดงโดยเฉพาะ แสดงโดยแม่ชีหรือร่างทรงหนึ่งคน จัดเป็นรอบ รอบละ 10 นาที เริ่มตั้งแต่เวลา 08.00 น. เป็นต้นไป ถ้ามีนักท่องเที่ยวมากกว่า 20 คนขึ้นไป คิดค่าชมคนละ 10 บาท แต่ถ้าน้อยกว่านั้นต้องเสียค่าเข้าชมรอบละ 300-400 บาท

สวนช้างเพื่อนแก้ว

ชมการแสดงช้างได้ทุกวัน เวลา 08.00-16.00 น. ดําเนินงานโดยกรมการสัตว์ทหารบก เพื่อช่วยเหลือช้างชักลากไม้ที่ตกงานและป้องกันมิให้มีการนําช้างไปเร่ร่อน สวนช้างเพื่อนแก้วตั้งอยู่ริมลําน้ำแควน้อย บรรยากาศร่มรื่น

ที่ตั้งและการเดินทาง : ต. เกาะสําโรง อ. เมือง เดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัว จากศาลากลางจังหวัดใช้ทางหลวงหมาย เลข 3429 สวนอยู่เลยวัดถ้ำมังกรทองไป 200 ม. หรือนั่งรถประจําทาง ขึ้นรถสายกาญจนบุรี-ด่านมะขามเตี้ย

สิ่งน่าสนใจ

  • การแสดงของช้าง มีตู้รับบริจาคเพื่อเป็นทุนช่วยเหลือด้านอาหารของช้าง เวลาแสดงไม่แน่นอน แล้วแต่จํานวนนักท่องเที่ยว หากมาเป็นกลุ่มเล็กๆหรือครอบครัวก็พร้อมจะแสดงได้ทันที มีการแสดงต่างๆมากกว่า 10 รายการ เช่น ช้างเต้นรํา ช้างวาดภาพ เป็นต้น

สุสานเขาช่องไก่ ไว้อาลัยผู้เสียชีวิต

บริเวณพื้นที่ราว 10 ไร่ของสุสานแห่งนี้เคยเป็นที่ตั้งค่ายเชลยศึกขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศไทย มีโรงพยาบาล โรงมหรสพ รวมทั้งโบสถ์เล็กๆที่เชลยศึกช่วยกันสร้าง เมื่อมีผู้เสียชีวิตในโรงพยาบาล เชลยศึกก็ช่วยกันฝังศพไว้ในบริเวณนี้ เมื่อสงครามสงบลง ทหารฝ่ายสัมพันธมิตรได้สร้างสุสานแห่ง นี้ขึ้นพร้อมกับสุสานดอนรัก โดยขุดศพผู้เสียชีวิตจํานวน 1,750 ศพ ซึ่งเกือบทั้งหมดเป็นชาวอังกฤษ ขึ้นมาบรรจุลงหลุมฝังศพใหม่อีกครั้ง

ที่ตั้งและการเดินทาง : ต. หนองหญ้า อ. เมือง ริมฝั่งแม่น้ําแควน้อย ห่าง จากตัวเมืองประมาณ 2 กม. หากเดินทางโดยรถยนต์ส่วนตัว จากตัวเมืองกาญจนบุรีใช้ทางหลวงหมาย เลข 3228 ไปประมาณ 1.5 กม. ถึงสุสานซ้ายมือ หรือนั่งรถรับจ้าง เหมารถสองแถวจาก อ. เมือง ราคา 200 บาท

สิ่งน่าสนใจ

  • บรรยากาศในสุสานเงียบสงบและร่มรื่น พื้นที่ภายในได้รับการตกแต่งไว้อย่างเป็นระเบียบสวยงาม เหนือหลุมฝังศพทุกหลุมมีแผ่นทองเหลืองจารึกชื่อ อายุ ประเทศของผู้เสียชีวิต รวมทั้งคําไว้อาลัยเช่นเดียวกับที่สุสานดอนรัก ปัจจุบันสุสานแห่งนี้อยู่ในความดูแลขององค์การสุสานทหารประเทศเครือจักรภพ

สนับสนุนโดยยูฟ่าเบท ufabet