นั่งเรือชมจุดบรรจบของแม่น้ำสามสายของสังขละบุรี รันตี บีคลี่ และซองกาเลีย

จุดบรรจบของแม่น้ำสามสาย รันตี บีคลี่ และซองกาเลีย เป็นชื่อของแม่น้ำสามสายที่ไหลหล่อเลี้ยงพื้นที่กว้างใหญ่ทางตอนเหนือของกาญจนบุรี โดยแม่น้ำบีคลี่ เกิดจากลําห้วยหลายสายทางด้านตะวันออกของพื้นที่ไหลมารวมกันเป็นแม่น้ำสายใหญ่ที่สุดในสามสายยาวกว่า 70 กม. เป็น แหล่งเพาะพันธุ์ปลาที่สําคัญของพื้นที่นี้ แต่สภาพป่าสองฝั่งแม่น้ำไม่อุดมสมบูรณ์นักเนื่องจากมีชุมชนอาศัยอยู่ และมีถนนเลียบแม่น้ำไปได้ถึงชายแดน แม่น้ำรันตี ชื่อเป็นภาษากะเหรี่ยงแปลว่ายอดน้ำ เกิดจากพื้นที่ป่าในเขตทุ่งใหญ่นเรศวร ความยาวประมาณ 60 กม. เป็นแม่น้ำที่มีความลาดชันไม่มากนัก สภาพป่าสองฝั่งแม่น้ำอุดมสมบูรณ์

แม่น้ำซองกาเลีย ชื่อเป็นภาษามอญแปลว่าฝั่งโน้น เกิดจากลําห้วยซองกาเลียจากประเทศพม่า รวมกับห้วยโรคจากเขตทุ่งใหญ่นเรศวร ยาวประมาณ 50 กม. ท้องน้ำลาดชันและเต็มไปด้วยเกาะแก่ง สภาพป่าสองฝั่งแม่น้ำอุดมสมบูรณ์

แต่เดิมแม่น้ำสามสายไหลมารวมกันบริเวณหน้า อ. สังขละบุรี (เก่า) เรียกว่า “สามสบ” ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของแม่น้ำแควน้อย แต่เนื่องจากการสร้างเขื่อนเขาแหลมทําให้ระดับน้ำในอ่างเก็บน้ำสูงกว่า “สามสบ” จึงทําให้ไม่เห็นจุดบรรจบของแม่น้ำสามสายเหมือนเช่นอดีต

สิ่งน่าสนใจ

  • นั่งเรือเที่ยว ชมความงามของทะเลสาบเขื่อนเขาแหลม โดยเช่าเรือหางยาว (นั่งได้ 10-12 คน) ที่ใต้สะพานไม้อุตตมานุสรณ์ เรือจะออกจากสะพานมอญล่องเข้าแม่น้ำบีคลี่ วัดเก่าหลวงพ่ออุตตมะ ล่องเข้าแม่น้ำซองกาเลีย แล้วย้อนกลับมาที่สะพานมอญ ใช้เวลาประมาณ 1 ชม. 30 นาที ค่าบริการราว 200-300 บาท 
  • มีบริการพานั่งเรือหางยาวออกชมทิวทัศน์ของเขื่อนเขาแหลม คิดค่าบริการ 350-400 บาท/ชม. เรือนั่งได้ 8-10 คน หรือซื้อเป็นแพ็กเกจที่แพแต่ละแห่งกําหนด โดยเรือจะแล่นผ่านสะพานไม้อุตตมานสรณ์ ชมจุดบรรจบของแม่น้ำซองกาเลียและบีคลี่ วัดหลวงพ่ออุตตมะเก่าที่จมอยู่ใต้น้ำหลังสร้างเขื่อน ซึ่งยังหลงเหลือยอดเจดีย์อยู่กลางน้ำ ล่องไปยังแม่น้ำซองกาเลีย ใช้เวลาประมาณ 1.30-2 ชม. หรือใช้บริการแพลาก นั่งได้ 10-20 คน โดยมีเรือลากแพออกไปกลางทะเลสาบเพื่อชมทิวทัศน์ จะค้างคืนหรือไปแบบวันเดียวก็ได้

วัดวังก์วิเวการาม เป็นอีกหนึ่งสถานที่ที่มีความสำคัญอย่างมากของสังขละบุรี ภายนอกอาคารแต่ละแห่งเป็นศิลปะแบบไทยประยุกต์ ส่วนภายในประดับตกแต่งด้วยศิลปะแบบมอญ หลวงพ่ออุตตมะเป็นผู้ออกแบบสิ่งปลูกสร้างภายในวัดนี้ด้วยตัวท่านเอง สิ่งน่าสนใจภายในวัดมีดังนี้

– เจดีย์พุทธคยาจําลอง เป็นเจดีย์องค์ใหญ่ มองเห็นได้แต่ไกล สร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2525 องค์เจดีย์เป็นคอนกรีตเสริมเหล็ก ฐานสี่เหลี่ยมจัตุรัสยาวด้านละ 42 ม. สูง 59 ม. ชาวบ้านได้ช่วยกันเผาอิฐ เพื่อใช้ก่อสร้างเจดีย์เอง ส่วนกระเบื้องเคลือบสีที่ติดรอบเจดีย์สั่งมาจากราชบุรี พ.ศ. 2532 สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯได้เสด็จฯแทนพระองค์มาประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุที่หลวงพ่ออุตตมะอัญเชิญมาจากศรีลังกาไว้บนยอดเจดีย์ซึ่งประดับด้วยฉัตรทองคําหนัก 400 บาท

– พระประธานในวิหาร เป็นพระพุทธรูปหินอ่อนสีขาวขนานใหญ่ ปางมารวิชัยหน้าตักกว้าง 5 ศอก น้ำหนัก 9 ต้น หลวงพ่ออุตตมะสั่งให้ช่างจากมัณฑะเลย์ เมืองซึ่งเป็นแหล่งหินอ่อนขาว แกะสลักตั้งแต่ พ.ศ. 2514 ใช้เวลา 1 ปี โดยหลวงพ่อส่งรูปพระพุทธชินราชไปให้เป็นตัวอย่าง คิดค่าจ้างเป็นทองคําหนัก 25 บาท หลังจากนั้นใช้เวลาอีก 2 ปีครึ่ง กว่าที่พระพุทธรูปจะเดินทางผ่านหนทาง ทุรกันดาร และด่านทหารทั้งของพม่าและกะเหรี่ยงมาประดิษฐานที่วิหารวัดวังก์วิเวการาม (เก่า) ก่อนจะย้ายมาอยู่ในวิหารปัจจุบัน

– ร้านขายของที่ระลึก ปลูกเป็นเพิงยาวอยู่ข้างเจดีย์พุทธคยา สินค้าเป็นพวกเครื่องประดับจากพม่า เช่น หยก เงิน พลอยสีต่างๆ เฟอร์นิเจอร์ไม้ชิ้นเล็ก ๆ ไม้แกะสลัก ผ้าทอ รองเท้า เครื่องทองเหลือง ของเด็กเล่น ฯลฯ นับเป็นแหล่งขายของที่ระลึกจากพม่าที่มีของให้ เลือกจํานวนมากและราคาถูกกว่าที่อื่นใน จ. กาญจนบุรี

สนับสนุนโดยยูฟ่าเบท ufabet