เที่ยวชมช่องเขาขาดและอุทยานแห่งชาติน้ำตกไทรโยค

ช่องเขาขาด เป็นส่วนหนึ่งของทางรถไฟสายมรณะ ซึ่งสร้างขึ้นด้วยความยากลําบาก เนื่องจากภูมิประเทศเป็นภูเขาสลับซับซ้อนและหุบเหวลึกชัน เชลยศึกและกรรมกรรับจ้างต้องทํางานตลอด 24 ชม. เพื่อสกัดภูเขาหินด้วยมือ ซึ่งเป็นการทํางานที่ทารุณอย่างยิ่ง เนื่องจากต้องปืนลงไปสกัดหินในช่องเขาที่บางช่วงสูงถึง 11 ม. จนแทบไม่มีอากาศหายใจ ทั้งยังต้องทํางานท่ามกลางอากาศร้อนอบอ้าวในช่วงเดือน มี.ค. ใน ภาวะขาดแคลนน้ำและอาหาร บริเวณนี้จึงได้รับการขนานนามว่า Hellfire Pass หรือ ช่องไฟนรก

ที่ตั้งและการเดินทาง : กองการเกษตรและสหกรณ์ กองกําลังทหารพัฒนา อ. ไทรโยค หากเดินทางโดยรถยนต์ส่วนตัว จาก อ. ไทรโยคใช้ทางหลวงหมายเลข 323 ไปทางอ.ทองผาภูมิ ผ่านน้ำตกไทรโยคน้อยและวัดพุตะเคียน จนถึงกองการเกษตรและสหกรณ์กองกําลังทหารพัฒนาทางซ้ายมือ ให้ขับรถเข้าไปอีก 3 กม. จะถึงที่ตั้งพิพิธภัณฑ์ หากนั่งรถประจําทาง ให้ขึ้นรถสายกาญจนบุรี-สังขละบุรี

สิ่งน่าสนใจ

  • พิพิธภัณฑสถานแห่งความทรงจํา เปิดเวลา 09.00-16.00 น. หยุดวันอาทิตย์ ได้รับการออกแบบและสร้างอย่างสวยงามโดยสมาคมพ่อค้าชาวออสเตรเลีย-ไทย เพื่อเป็นที่รวบรวมข้อมูล ภาพถ่าย สิ่งของเครื่องใช้ต่างๆในระหว่างการสร้างทางรถไฟสายมรณะ ที่น่าสนใจเป็นพิเศษคือ มินิเธียร์เตอร์ที่มีการฉายภาพยนตร์เงียบ สีขาวดํา ซึ่งถ่ายทําจากเหตุการณ์จริงในระหว่างการสร้างทางรถไฟ
  • ทางเดินตามทางรถไฟช่องเขาขาด-สถานีหินตก จากด้านหลังของพิพิธภัณฑ์มีบันไดเดินลงไปยังทางรถไฟสายมรณะ ซึ่งมีการปรับแต่งพื้นที่เพื่อให้สามารถเดินได้สะดวกขึ้นตั้งแต่บริเวณช่องเขาขาดไปจนถึงสถานีหินตก เป็นทางรถไฟเดิมซึ่งบางช่วงยังเหลือร่องรอยของรางรถไฟไม้หมอน และเหล็กสกัดให้เห็น ส่วนบริเวณสะพานหินตกซึ่งสร้างข้ามหุบเหวลึกชันไม่เหลือร่องรอยให้เห็นแล้ว ในการก่อสร้างนั้นตัวสะพานพังลงมาถึงสามครั้งกว่าจะสร้างสําเร็จ มีป้ายภาษาอังกฤษอธิบายประกอบอยู่เป็นระยะ การเดินไปกลับตลอดระยะทางใช้เวลาไม่เกิน 4 ชม. 30 นาที แต่สามารถเลือกเดินระยะสั้นจากพิพิธภัณฑ์-ช่องเขาขาด ใช้เวลาราว 1 ชม. 30 นาที ทางเดินโรยกรวดก้อนใหญ่แบบทางรถไฟทั่วไปสองข้างทางเป็นป่าไผ่และไม้ใหญ่ บรรยากาศร่มรื่น ควรใส่รองเท้าผ้าใบหรือรองเท้าพื้นแข็ง และเตรียมน้ำดื่มไปเองเนื่องจากไม่มีร้านค้าระหว่างทาง

อุทยานแห่งชาติไทรโยค ค่าธรรมเนียม ผู้ใหญ่ 20 บาท เด็ก 10 บาท จักรยาน 5 บาท มอเตอร์ไซค์ 10 บาท รถยนต์นั่งส่วนบุคคล (รวมคนขับ) 30 บาท รถ 6 ล้อ 100 บาท รถ 10 ล้อขึ้นไป 200 บาท มีบ้านพัก ร้านอาหาร เช่าเรือ แพ และที่พัก โทร. 0-1215-6224 ติดต่อกรมอุทยานแห่งชาติฯ โทร. 0-2562-0760 หรือที่ที่ทําการ อช. ไทรโยค โทร. 0-3451-6163 มีพื้นที่ 958 ตร.กม. (598,750 ไร่) อยู่ในพื้นที่ อ. ไทรโยค และ อ. ทองผาภูมิ ได้รับการประกาศจัดตั้งเมื่อวันที่ 27 ต.ค. 2523 เป็น อช. ลําดับที่ 19 ของประเทศ ทิศตะวันตกติดประเทศพม่า พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นภูเขาหินปูน ความสูงเฉลี่ย 500 ม. จากระดับน้ำทะเล ปกคลุมด้วยป่าเบญจพรรณและป่าดงดิบแล้ง เป็นแหล่งอาศัยที่สําคัญของสัตว์หายากสองชนิด คือ ค้างคาวกิตติ ค้างคาวที่เล็กที่สุดในโลก และปูสามสีหรือปูราชินี ปูน้ำจืดชนิดใหม่ของโลก

ที่ตั้งและการเดินทาง : ริมแม่น้ำแควน้อย ต. ไทรโยค อ. ไทรโยค ห่างจาก อ. เมือง ประมาณ 100 กม. หากเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัว จาก อ. ไทรโยคใช้ทางหลวงหมายเลข 323 เปทาง อ. ทองผาภูมิประมาณ 37 กม. ผ่าน รพ. สมเด็จพระปิยะมหาราชไป 3.5 กม. จะมีทางแยกซ้ายมือก่อนถึงวัดไทรโยคใหญ่ เลี้ยวเข้าไป 2 กม. จะถึงที่ทําการ หรือนั่งรถประจําทาง ขึ้นรถสายกาญจนบุรี-สังขละบุรี

สิ่งน่าสนใจ

  • ศูนย์บริการนักท่องเที่ยว จัดแสดงข้อมูลแผนที่ ภาพถ่าย และหุ่นจําลองของ อช. ไทรโยค ข้าวของเครื่องใช้สมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 ที่พบภายในพื้นที่อุทยานซึ่งเป็นทางผ่านของทางรถไฟสาย มรณะ
  • น้ำตกไทรโยคใหญ่ ต้นน้ำอยู่บนเทือกเขาทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ใน อช. เอราวัณ ไหลตกลงมาเป็นห้วยไทรโยคแล้วแยกเป็นสองสาย ไหลลงแม่น้ำแควน้อย
  • น้ำตกไทรโยคเล็ก อยู่ถัดลงมาทางใต้ของน้ำตกไทรโยค
  • ถ้ำในบริเวณ 1.5 กม. รอบๆที่ทําการ มีถ้ำที่น่าสนใจหลายถ้ำ ซึ่งจัดทําเป็นเส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติ แต่ละเส้นใช้เวลาไปกลับราว 1 ชม. เช่น ถ้ำแก้ว ถ้ำค้างคาว ถ้ำพระ ถ้ำไทรโยค ส่วนมากเป็นถ้ำขนาดไม่ใหญ่และยังไม่ได้ติดไฟฟ้า ควรนําไฟฉายไปด้วย
  • ค่ายไทรโยค เป็นที่ตั้งของสถานีรถไฟไทรโยค และค่ายไทรโยค ซึ่งเป็นที่พักขนาดใหญ่แห่งหนึ่งของทหารญี่ปุ่น เชลยศึก และกรรมกรรับจ้างระหว่างการสร้างทางรถไฟสายมรณะ ปัจจุบันบริเวณค่ายยังเหลือร่องรอยของเนินดินซึ่งเป็นที่ตั้งสถานีรถไฟเก่า แนวทางรถไฟ รางหลีก และกองถ่านหินที่ใช้เป็นเชื้อเพลิง นอกจากนี้ยังพบกลุ่มเตาหุงข้าวขนาดใหญ่จํานวน 12 เตา ก่อด้วยอิฐเป็น วงกลมสําหรับวางกระทะหุงข้าวขนาดใหญ่อีกด้วย
  • การล่องแพ กิจกรรมหลักอย่างหนึ่งของนักท่องเที่ยวที่มาพักผ่อนที่นี่คือการล่องแพชมทัศนียภาพลําน้ำแควน้อย หรือเช่าเรือไปตกปลาที่แม่น้ำน้อย ซึ่งเป็นแม่น้ำที่เกิดจากหมู่เขาที่ชายแดนพม่าและไหลลงแควน้อยทางใต้ของน้ำตกไทรโยค แม่น้ำน้อยมีความยาวมาก แต่เล็ก แคบ และเต็มไปด้วยแก่งหิน จึงเป็นที่อาศัยวางไข่ของปลาหลายชนิด

เกร็ดน่ารู้ : บทเพลงเขมรไทรโยค ซึ่งสมเด็จฯกรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์ทรงประพันธ์ขึ้นเมื่อพระชนมายุ 25 พรรษา โดยใช้ทํานองเพลงเขมรกล่อมลูก เพื่อใช้ขับร้องในงานเฉลิมพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวเมื่อ พ.ศ. 2431 หรือมากกว่า 100 ปีมาแล้วนั้น จนวันนี้ก็ยังเป็น บทเพลงประกอบดนตรีไทยซึ่งได้รับความนิยมอย่างแพร่หลาย บทประพันธ์นี้เกิดด้วยแรงบันดาลพระทัยจากความงามของธรรมชาติตามลําน้ำไทรโยค (ปัจจุบันคือแม่น้ำแควน้อย) จากเมืองกาญจนบุรีจนถึงน้ำตกไทรโยค ที่พระองค์ทอดพระเนตรจากการตามเสด็จพระพุทธเจ้าหลวงประพาสไทรโยคครั้งที่ 2 เมื่อ พ.ศ. 2420 นั่นเอง บรรยายความตามไท้เสด็จยาตรยังไทรโยคประพาสพนาสณฑ์ ต้นน้ำมาจากเทือกเขาใน อช. เอราวัณเช่นกัน เป็นน้ำตกชั้นเดียว ขนาดเล็กกว่าน้ำตกไทรโยคใหญ่ การชมน้ำตกไทรโยคทั้งสองแห่งทําได้โดยการเดินข้ามสะพานแขวนซึ่งอยู่หลังที่ทําการไปราว 300 ม. เพื่อมองกลับมาจากอีกฟากหนึ่งของแม่น้ำ น้ำตกทั้งสองแห่งมีน้ำไหลตลอดปี โดยจะสวยงามมากขึ้นในช่วงหน้าแล้ง เนื่องจากน้ำในแม่น้ำแควน้อยลดระดับลง ทําให้น้ำตกมีระยะโจนลงน้ำสูงขึ้น นับเป็นสีสันที่งดงามยิ่งของการนั่งเรือหรือล่องแพชมแม่น้ำแควน้อย