เที่ยวชมโบราณสถานเมืองกาญจนบุรีเก่า

เมืองกาญจนบุรีเก่าตั้งอยู่ริมฝั่งตะวันออกของแม่น้ำแควใหญ่ ตัวเมืองด้านทิศเหนือติดทางหลวงหมายเลข 3199 และเขาชนไก่ ทิศใต้จดแควใหญ่ ทิศตะวันตกจดลําตะเพิน ทิศตะวันออกจดทางหลวงหมายเลข 3199 ที่ตั้งตัวเมืองนับว่าเหมาะสมอย่างยิ่งทั้งในทางยุทธศาสตร์และการตั้งถิ่นฐาน เนื่องจากมีภูเขาและลําน้ำเป็นปราการธรรมชาติ อีกทั้งยังมีที่ราบสําหรับการเพาะปลูกอยู่โดยรอบ

ปัจจุบันโบราณสถานภายในเขตเมืองกาญจนบุรีเก่าได้รับการขุดแต่งและดูแลโดยอุทยานประวัติศาสตร์เมืองสิงห์

ที่ตั้งและการเดินทาง : บ้านท่าเสา ต. ลาดหญ้า อ. เมือง ห่างจากตัวเมือง กาญจนบุรี 20 กม. หากเดินทางโดยรถยนต์ส่วนตัว จากสี่แยกแก่งเสี้ยนใช้ทางหลวงหมายเลข 3199 จาก อ. เมือง มาประมาณ 11 กม. จะถึงสี่แยกลาดหญ้า ให้ตรงไปอีกประมาณ 2 กม. จะเห็นป้ายทางเข้าวัดนางพิมอยู่ทางด้านซ้ายมือ และใกล้ๆกันเป็นทางเข้าวัดป่าเลไลยก์ หากนั่งรถประจําทาง ให้ขึ้นรถสายกาญจนบุรี- อช. เอราวัณ มาลงที่ทางเข้าวัดนางพิม แล้วเดินเข้าไปยังโบราณสถานต่างๆ

ประวัติ : ในสมัยอยุธยา เมืองกาญจนบุรีเก่าเป็นเมืองหน้าด่านสําคัญในการตั้งรับทัพพม่าที่ยกเข้ามาทางด่านเจดีย์สามองค์ และคงร้างไปตั้งแต่สมัยต้นรัตนโกสินทร์เนื่องจากมีการย้ายเมืองลงมาตั้งที่ ต. ปากแพรก ตามลําน้ำแควใหญ่และลําตะเพินในบริเวณใกล้เคียงกับที่ตั้งเมือง มีการค้นพบโบราณวัตถุมากมายทั้งสมัยก่อนประวัติศาสตร์และสมัยประวัติศาสตร์ แสดงให้เห็นถึงการเป็นเส้น ทางผ่านของอารยธรรมอินเดียที่มาขึ้นบกที่อ่าวเมาะตะมะ และผ่านด่านเจดีย์สามองค์เข้าสู่ประเทศไทย นอกจากนี้ยังพบหลักฐานแสดงความสัมพันธ์ระหว่างเมืองกาญจนบุรีกับหัวเมืองใกล้เคียง เช่น สุพรรณบุรี ราชบุรี อยุธยา และเป็นเส้นทางเดินทัพของไทยและพม่าที่สําคัญอีกด้วย

พ.ศ. 2467 พระครูจวนจากวัดหนองบัว วัดศรีอุปลาราม อ. เมือง จ. กาญจนบุรี) เดินทางมาจําพรรษาที่วัดขุนแผน (ร้าง) และนําชาวบ้านออกสํารวจพบวัดร้างถึงเจ็ดแห่ง ท่านจึงตั้งชื่อวัดให้สอด คล้องกับนิทานพื้นบ้านกาญจนบุรี-สุพรรณบุรี เรื่องขุนช้างขุนแผน เช่น วัดขุนแผน วัดขุนไกร วัดนางพิม ฯลฯ พ.ศ. 2472 ได้นําชาวบ้านถากถางปฏิสังขรณ์วัดนางพิมขึ้นใหม่ ได้ชื่อว่าวัดกาญจนบุรีเก่า ส่วนโบราณสถานอื่นๆทางวัดและชาวบ้านต่างเข้าไปขุดหาของโบราณและขุดพบกรุพระเครื่องจํานวนมาก โดยเฉพาะบริเวณวัดขุนแผน (ร้าง)

สิ่งน่าสนใจ

  • วัดป่าเลไลยก์ (ร้าง) สร้างขึ้นในสมัยอยุธยา เดิมพระพุทธรูปปางมารวิชัยในมณฑปถูกคนลักลอบผ่าอกจนทะลุเพื่อหากรุพระ ชาวบ้านจึงเรียกวัดผ่าอก ต่อมา พ.ศ. 2517 พระจากวัดกาญจนบุรีเก่าได้นําชาวบ้านสร้างพระพุทธรูปปางปาลิไลยก์ขึ้นแทนเพื่อให้สอดคล้องกับเสภาเรื่องขุนช้างขุนแผน

โบราณสถานสําคัญที่พบในบริเวณวัดคือ

– มณฑป หันหน้าไปทางทิศตะวันออก ภายในประดิษฐานพระพุทธรูปปางปาลิไลยก์ขนาดใหญ่

– วิหาร อยู่กึ่งกลางระหว่างมณฑปและเจดีย์ ฐานรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า ผนังก่อทึบ มีประตูเข้าสองประตูอยู่ทางทิศตะวันออก บันไดทางขึ้นอยู่ทางทิศเหนือและใต้ ส่วนหลังคาสร้างขึ้นใหม่

– เจดีย์ เป็นเจดีย์ทรงกลมสององค์อยู่บนฐานเขียงรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัส ก่อด้วยอิฐสอดินฉาบปูน ส่วนยอดหักพังหมดแล้ว

  • วัดขุนแผน (ร้าง) เป็นวัดขนาดใหญ่อยู่ห่างจากวัดป่าเลไลยก์มาทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ราว 500 ม. เมื่อ พ.ศ. 2532 กรมศิลปากรได้เข้ามาขุดแต่งและบูรณะหลังจากที่โบราณสถาน ทั้งหมดถูกขุดทําลายจนทรุดโทรม พบโบราณสถานที่สําคัญ คือ

– ปรางค์ เป็นปรางค์เดียว สูงราว 15 ม. อาจเป็นพระมหาธาตุประจําเมืองกาญจนบุรีเก่า ลักษณะเป็นปรางค์สมัยอยุธยาคล้ายกับปรางค์ที่ ต. ศาลาขาว อ. เมือง จ. สุพรรณบุรี แต่ขนาดเล็กกว่า ก่อด้วยอิฐสอดินฉาบปูน ไม่มีลวดลายใดๆ ฐานหน้ากระดานรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัสกว้างด้านละ 9 ม. สูง 65 ซม. ถัดขึ้นไปเป็นฐานหน้ากระดานชุดลายบัว ย่อมุมไม้สิบสองเพิ่มมุม ถัดขึ้นไปเป็นเรือนธาตุมีซุ้มจระนํากลีบขนุนเรียงตัวอย่างมีระเบียบ ส่วนยอดคล้ายฝักข้าวโพด แต่ยอดนพศูลหักพังลงมาหมดแล้ว

– โบสถ์ พบฐานโบสถ์ก่ออิฐสอดินฉาบปูน ขนาด 17.2 x 7.8 ม. สูง 2.5 ม. มีประตูทางเข้าด้านทิศตะวันออก ภายในอาคารมีเสาข้างในสองแถว และเสารองรับชายคานอกตัวอาคารรอบโบสถ์พบเสมาแบบอยุธยาตอนปลาย

  • เจดีย์ประจําทิศและเจดีย์ราย มี 12 องค์ สร้างด้วยอิฐสอ ดินฉาบปูน ส่วนมากยอดหักพังหมดแล้ว 
  • วัดแม่หม้าย (ร้าง) สร้างขึ้นสมัยอยุธยา อยู่ห่างจากวัดขุนแผนไปทางตะวันออกประมาณ 300 ม. พบโบราณสถานสองกลุ่ม และมีสระน้ำขนาดใหญ่เรียกว่าสระล้างกระดูกอยู่ระหว่างกลาง 

    – วัดแม่หม้ายเหนือ มีฐานเจดีย์ทรงกลมขนาดใหญ่ ฐานประทักษิณก่อด้วยอิฐสอดิน ส่วนยอดหักพังลงมา มีบันไดขึ้นด้านทิศตะวันตก และฐานวิหารรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าหันหน้าไปทางทิศตะวันตก

– วัดแม่หม้ายใต้ พบฐานวิหารขนาดกลางรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า หันหน้าไปทางทิศตะวันออก มีฐานเจดีย์รายและกําแพงแก้วล้อมรอบ

  • วัดกาญจนบุรีเก่า (วัดนางพิม) ได้รับการบูรณะมาแล้วหลายครั้ง ปัจจุบันไม่เหลือร่องรอยซากโบราณสถานเดิมให้เห็น

สนับสนุนโดยยูฟ่าเบท ufabet