สะพานข้ามแม่น้ำแคว สถานที่ท่องเที่ยวอันเป็นอนุสรณ์แห่งความทารุณโหดร้ายของสงคราม

สะพานข้ามแม่น้ำแคว เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่อยู่ทางด้านตะวันออกของตัวเมืองกาญจนบุรี มีที่เที่ยวโดดเด่นคือสะพานข้ามแม่น้ำแควซึ่งเป็นสถานที่ที่รู้จักไปทั่วโลก ไม่เฉพาะนักท่องเที่ยวชาวไทย แต่มีนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติเดินทางมาชมสิ่งก่อสร้างที่เป็นอนุสรณ์แห่งความทารุณโหดร้ายของสงครามเป็นจํานวนมากในแต่ละปี สะพานข้ามแม่น้ำแควเป็นส่วนหนึ่งของทางรถไฟสายมรณะ บริเวณสะพานข้ามแม่น้ำแควมีพิพิธภัณฑ์สงคราม อนุสรณ์สถานในบริเวณใกล้เคียงให้แวะชม และทุกปีในราวปลายเดือน พ.ย. จะมีการจัดงานสัปดาห์สะพานข้ามแม่น้ำแคว มีการแสดงแสงสีเสียง บรรยากาศของสงครามและความทารุณโหดร้ายที่เชลยศึกและกรรมกรได้รับระหว่างการก่อสร้างเส้นทางรถไฟสายนี้ นอกจากนี้ยังมีการออกร้านการแสดงต่างๆในช่วงนี้ นักท่องเที่ยวจากทุกสารทิศเดินทางมาท่องเที่ยว จ. กาญจนบุรีกันเป็นจํานวนมาก

บริเวณสะพานข้ามแม่น้ำแควยังเป็นย่านร้านอาหารแบบเรือนแพหลายร้าน ทั้งยังสามารถเช่าเหมาเรือหางยาวท่องเที่ยวในแม่น้ำแควได้จากบริเวณนี้ นอกจากนี้ยังเป็นแหล่งจําหน่ายของที่ระลึกต่างๆ เช่น อัญมณีหรืองาช้างเทียมแกะสลัก เน้นขายให้กับนักท่องเที่ยวต่างชาติ ส่วนใหญ่เป็นชาวจีนที่มักเดินทางมากับบริษัททัวร์ เป็นย่านเกสต์เฮาส์ราคาประหยัดรองรับนักท่องเที่ยวแบกเป้ กระจายอยู่ตามซอยต่างๆ ตั้งแต่สุสานดอนรักมาจนถึงสะพานข้ามแม่น้ำแคว

สําหรับที่พักแบบรีสอร์ตใกล้สะพานข้ามแม่น้ำแควจะอยู่บนถนนเลียบแม่น้ำแควฝั่งตะวันตก (ถ. แก่งเสี้ยน-บ้านเขาปูน) ทางเข้าต้องใช้ถนนอ้อมเมือง (ทางหลวงหมายเลข 323) ผ่านสี่แยกแก่งเสี้ยน ไปทาง อ. ไทรโยค ข้ามสะพานข้ามแม่น้ำมีทางแยกซ้ายมือ ถนนจะไปบรรจบกับถนนที่ผ่านสุสานเขาช่องไก่ที่บ้านเขาปูน มีรีสอร์ตที่ขึ้นชื่อหลายแห่ง เช่น เดือนฉายรีสอร์ต เฟลิกซ์ บ้านริมน้ำ นอกจากนี้ยังมีร้านอาหารขึ้นชื่อคือบุญนําแกงป่าอยู่เยื้องกับเดือนฉายรีสอร์ต

สะพานข้ามแม่น้ําแคว เป็นสะพานรถไฟสายมรณะ สร้างในสมัยสงครามมหาเอเชียบูรพา เริ่มต้นจากสถานีหนองปลาดุก อ.บ้านโป่ง จ.ราชบุรี ผ่านสถานีต่างๆใน จ. กาญจนบุรี เพื่อลําเลียงยุทธปัจจัยและกําลังทหารไปยังพม่า เส้นทางเมื่อข้ามสะพานข้ามแม่น้ำแควไปแล้วจะเลียบไปตามลําน้ำแควน้อย ผ่านโตรกผาบริเวณที่เรียกว่าถ้ำกระแซ ซึ่งเป็นทางโค้งเลียบหน้าผา ด้านหนึ่งเป็นแม่น้ำที่เชี่ยวกราก บางช่วงต้องขุดเจาะ ระเบิดภูเขาเป็นช่องให้รถไฟผ่านไป บริเวณนี้เต็มไปด้วยไข้ป่า สัตว์ ร้ายนานา ความอดอยาก ความทารุณโหดร้ายจนทําให้เชลยศึกชาวตะวันตกและกรรมกรรถไฟหลากเชื้อชาติต้องสังเวยชีวิตไปเป็นจํานวนมาก จนมีการเปรียบเทียบว่าหนึ่งไม้หมอนของทางรถไฟสายมรณะคือหนึ่งชีวิต สะพานอันเลื่องชื่อในสงครามโลกครั้งที่ 2 เป็นสถานที่จัดแสดงแสงสีเสียงทุกปี

ที่ตั้งและการเดินทาง : สร้างข้ามแม่น้ำแควใหญ่ที่บ้านท่ามะขาม ต. ท่ามะขาม อ. เมือง ห่างจากตัวเมืองขึ้นไปทางเหนือราว 4 กม. ผ่านสุสานดอนรัก เข้าถ. แควใหญ่ ถึงสามแยกให้เลี้ยวซ้าย

หนึ่งไม้หมอน หนึ่งชีวิต เป็นคํากล่าวถึงทางรถไฟสายมรณะที่กองพันทหารรถไฟญี่ปุ่นใช้ แรงงานเชลยศึกตะวันตกที่กวาดต้อนมาจากสมรภูมิในมลายู สิงคโปร์ ชวา และแถบแปซิฟิก รวมทั้งแรงงานชาวจีน เวียดนาม อินเดียในมลาย ชวา รวมทั้งกรรมกรพื้นเมืองชาวไทย พม่า รวมทั้งสิ้นกว่า 2 แสนคน ในการก่อสร้างเส้นทางสายนี้ เมื่อการก่อสร้างเสร็จสิ้น มีการขุดพบหลุมกลบฝังผู้เสียชีวิตตามค่ายเชลยศึกหลายแห่งตลอดแนวทางรถไฟ ประเมินว่ามีผู้เสียชีวิตไม่น้อยกว่า 4 หมื่นคน ในจํานวนนี้เป็นเชลยศึกฝ่ายสัมพันธมิตรราว 1 หมื่นคน กรรมกรรับจ้างหลายเชื้อชาติ 3 หมื่นคน และทหารญี่ปุ่น 1,000 คน

ประวัติ : ทหารช่างญี่ปุ่นเลือกสร้างสะพานที่บริเวณนี้เนื่องจากมีฐานดินด้านล่างแน่นที่สุด โดยใช้แรงงานเชลยศึกและกรรมกรรับจ้างจํานวนมาก การก่อสร้างเริ่มจากการสร้างสะพานไม้เพื่อลําเลียงคนและอุปกรณ์ก่อสร้างทางรถไฟข้ามไปก่อน โดยสร้างในช่วงที่น้ำลดลงตอนปลายเดือน พ.ย. 2485 โดยใช้ไม้ซุงทั้งต้นตอกเป็นเสาเข็ม ใช้เวลาก่อสร้าง 3 เดือน และได้รื้อออกไปหลังจากสร้าง สะพานเหล็กแล้ว (ปัจจุบันแนวสะพานไม้เดิมอยู่ห่างจากสะพานข้าม แม่น้ำแควลงไปทางใต้ประมาณ 100 ม. ในพิพิธภัณฑ์สงครามโลกครั้งที่ 2) ส่วนสะพานข้ามแม่น้ำแควใช้เวลาสร้างเพียง 1 เดือน โดยนําเหล็กจากมลายูมาประกอบเป็นชิ้นๆ ตอนกลางทําเป็นสะพานเหล็ก 11 ช่วง หัวและท้ายเป็นโครงไม้ ตัวสะพานยาวประมาณ 300 ม. สร้างเสร็จและทําพิธีเปิดอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 25 ธ.ค. 2486

สะพานข้ามแม่น้ำแควถูกทหารฝ่ายสัมพันธมิตรโจมตีทางอากาศเป็นครั้งแรกในเดือน พ.ย. 2487 และถูกโจมตีทั้งสิ้นราว 10 ครั้งในระหว่างสงคราม จนกระทั่งสะพานช่วงที่ 4-6 ชํารุด และไม่ สามารถใช้การได้ ต่อมาการรถไฟแห่งประเทศไทยได้ปรับปรุงขึ้นใหม่

เส้นทางยุทธศาสตร์นี้สร้างขึ้นในสงครามมหาเอเชียบูรพา (พ.ศ. 2484 2488) เพื่อลําเลียงยุทธปัจจัยผ่านประเทศไทยที่ จ. กาญจนบุรี ไปออกด่านเจดีย์สามองค์เพื่อเชื่อมกับทางรถไฟในพม่าที่มาจากสถานีทันบิวซายัดตอนใต้ของพม่า ระหว่างเมืองเยและเมืองมะละแหม่ง มีความยาวทั้งสิ้น 415 กม. อยู่ในประเทศไทย 303.95 กม. ในพม่าอีก 111.05 กม. เริ่มสร้าง เมื่อเดือน ต.ค. 2485 วางรางเสร็จสมบูรณ์เดือน ต.ค. 2486 ทั้งที่เส้นทางนี้หากเป็นสถานการณ์ปกติต้องใช้เวลาก่อสร้างไม่น้อยกว่า 8 ปี เมื่อญี่ปุ่นพ่ายแพ้สงคราม กองทัพอังกฤษได้รื้อถอนทางรถไฟจากชายแดนไทยที่ ด่านเจดีย์สามองค์เข้ามา 3.95 กม.ต่อมาปี พ.ศ. 2490 การรถไฟแห่งประเทศไทยได้ซื้อทางรถไฟสายนี้จากประเทศผู้ชนะสงคราม ระยะทาง 300 กม. ในราคา 50 ล้านบาท และได้รื้อรางจากชายแดนด่านเจดีย์สามองค์ให้มาสิ้นสุดที่สถานีน้ำตกและปรับปรุงให้มีมาตรฐาน เพิ่มความปลอดภัยในช่วงทางโค้งอันตราย เปิดใช้อีกครั้งช่วงแรกสถานีหนองปลาดุก-กาญจนบุรี เมื่อวันที่ 24 มิ.ย. 2492 และขยายต่อจนถึงสถานีน้ำตกเมื่อวันที่ 1 ก.ค. 2501

ทางรถไฟสายมรณะเป็นเส้นทางสายประวัติศาสตร์ สถานีต่างๆที่แล่นผ่านมีประวัติความเป็นมาที่น่าสนใจ เช่น สถานีหนองปลาดุก เคยเป็นค่ายใหญ่สําหรับพักเชลยศึกและกรรมกรที่ลําเลียงมาจากที่ต่างๆ แต่เนื่องจากถูกโจมตีทางอากาศอยู่เสมอจึงต้องย้ายไปที่กาญจนบุรี ปัจจุบันไม่มีหลักฐานใดๆหลงเหลืออยู่ สถานีเขาดิน เคยเป็นที่ตั้งค่ายเขาดินซึ่งเป็นที่ตั้งกองบัญชาการใหญ่ในการสร้างทางรถไฟสายมรณะ เนื่องจากเป็นจุดที่สามารถคุมเส้นทางคมนาคมได้ทั้งทางรถไฟ รถยนต์ และทางน้ำ ตัวค่ายตั้งอยู่ท่ามกลางกลุ่มภูเขาเตี้ยๆจึงสามารถพรางตาจากการบินตรวจการณ์ทางอากาศได้เป็นอย่างดี ในค่ายมีอู่ซ่อมรถไฟขนาดใหญ่ คลังน้ำมัน และคลังอาวุธ สถานีอยู่ใกล้กับวัดสันติคีรีศรีบรมธาตุ (วัดเขาดิน) กม. 47 ริม ถ. แสงชูโต จากสถานีเขาดินถึงสถานีกาญจนบุรี เคยมีค่ายเชลยศึกและค่ายกรรมกรรับจ้างเรียงรายเป็นระยะอยู่ตลอดเส้นทาง พ.ศ. 2533 ชาวบ้านพบหลุมฝังศพขนาดใหญ่ที่ไร่อ้อยแห่งหนึ่งใน ต. ปากแพรก (ใกล้กับ ศาลากลางจังหวัด) มีโครงกระดูกของชาวเอเชียกว่า 500 โครง ตรงกับที่ชาวบ้านเล่าว่าบริเวณนี้เป็นที่ตั้งค่ายกรรมกรรับจ้าง เมื่อมีคนตาย ทหารญี่ปุ่นจะนําศพไปโยนในหลุมขนาดใหญ่หลังค่ายแล้วใช้ปูนขาวโรยดับกลิ่นก่อนกลบ คาดว่าในบริเวณนี้จะมีหลุมศพอีกจํานวนมาก ปัจจุบันโครงกระดูกจํานวนหนึ่งเก็บรักษาไว้ที่พิพิธภัณฑ์สงครามโลกครั้งที่ 2 ส่วนบริเวณนี้ก็กลายเป็นไร่ไปหมดแล้ว

หลังจากสุดทางที่สถานีน้ำตก ยังคงมีร่องรอยของทางรถไฟไปจนถึงด่านเจดีย์สามองค์ หลายจุดได้รับการพัฒนาให้เป็นแหล่งท่องเที่ยว เช่น ช่องเขาขาด ในพิพิธภัณฑ์แห่งความทรงจํา ค่ายไทรโยค ใน อช. ไทรโยค และรางรถไฟที่ด่านเจดีย์สามองค์ สามารถใช้บริการรถไฟสายบางกอกน้อย-กาญจนบุรี-น้ำตก มีรถออกจากสถานีบางกอกน้อยทุกวัน หรือรถไฟนําเที่ยวในวันหยุดสุดสัปดาห์

สิ่งน่าสนใจ

  • สะพานข้ามแม่น้ำแคว ตัวสะพานมีความสวยงาม นักท่องเที่ยวนิยมขึ้นไปเดินเล่นตามรางรถไฟบนสะพาน และเมื่อรถไฟแล่นผ่านก็สามารถยืนหลบอยู่ที่จุดพักซึ่งมีอยู่เป็นระยะตลอดสะพาน
  • หัวรถจักร การรถไฟแห่งประเทศไทยนํามาตั้งแสดงไว้ ชบริเวณเชิงสะพานข้ามแม่น้ำแคว มีทั้งหัวรถจักรดีเซลแบบติดล้อรถยนต์ไว้สําหรับวิ่งบนถนนซึ่งใช้ในระหว่างการก่อสร้างทางรถไฟ และหัวรถจักรไอน้ำแบบที่ใช้ในการลําเลียงยุทธสัมภาระ

สนับสนุนโดยยูฟ่าเบท ufabet