ศาลหลักเมือง กําแพงเมืองเก่า และวัดไชยชุมพลชนะสงคราม (วัดใต้)

กาญจนบุรีเป็นเมืองเก่าแก่ เดิมตั้งอยู่บริเวณบ้านท่าเสา ต. ลาดหญ้า ต่อมาในสมัยรัชกาลที่ 1 เมื่อสิ้นสงครามเก้าทัพได้ย้ายเมืองมายังบริเวณบ้านปากแพรก ซึ่งเป็นจุดบรรจบของแม่น้ำแควใหญ่และแควน้อยระหว่างวัดเหนือกับวัดใต้ มีชัยภูมิที่ดีในการตั้งรับพม่าทั้งทางบกและทางน้ำ ต่อมาเมื่อ พ.ศ. 2374 ในสมัยรัชกาลที่ 3 มีการสร้างป้อมขึ้นหกป้อมและสร้างกําแพงล้อมรอบเมือง แนวตัวเมืองอยู่ระหว่างวัดเหนือและวัดใต้ ยาว 440 ม. เดิมศาลากลางและหน่วยราชการที่ตั้งอยู่ในเขตเมืองเก่าแต่ได้ย้ายออกไปเมื่อ พ.ศ. 2500 คงเหลือแต่บ้านเรือนราษฎร แนวกําแพงเมืองเก่าก็คือ ถ. ปากแพรก บริเวณนี้เป็นศูนย์กลางของเมืองที่ขยายตัวออกไปจนมีขนาดกว้างขวางเช่นในปัจจุบัน

ในเขตตัวเมืองเก่าบริเวณ ถ. สองแคว ไม่ไกลจากศาลหลักเมืองเป็นท่าลงแพล่องแม่น้ำแควและย่านร้านอาหาร มีแพต่างๆหลายสิบเจ้าจอดเรียงรายสองฝั่งแม่น้ำ ในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์จะมีนักท่องเที่ยวกลุ่มใหญ่ล่องแพเธคบริเวณนี้จนแน่นขนัด หากต้องการท่องเที่ยวด้วยการพายเรือคยัคในลําน้ำแคว มีบริษัทให้บริการอยู่หลายโปรแกรม สําหรับที่กินแหล่งใหญ่อยู่ที่ตลาดโต้รุ่งบริเวณสถานีขนส่งไม่ไกลจากศาลหลักเมือง อีกที่หนึ่งคือบริเวณท่าเรือชุกโดน นอกจากนี้ยังมีตลาดเล็กๆ ขายอาหารของว่างแบบใส่ถุงกลับบ้านในช่วงเย็น

ศาลหลักเมือง และกําแพงเมืองเก่า

แนวกําแพงเมืองเก่าที่ยังคงสภาพคือบริเวณประตูหน้าเมือง ซึ่งอยู่ทางด้านหน้าของศาลหลักเมือง นอกจากนั้นก็มีแนวที่ชํารุดทรุดโทรมมาก เช่น แนวกําแพงเมืองด้านใต้ที่ริม ถ. กําแพงเมือง แนวกําแพงเมืองด้านหลังที่ข้างหอประชุม รร. กาญจนานุเคราะห์ กําแพงเมืองส่วนหนึ่งถูกรื้อลงเมื่อคราวสร้างโรงงานกระดาษเมื่อ พ.ศ. 2481 ถูกทําลายอีกหลายครั้งเพื่อสร้างอาคารต่างๆ

ที่ตั้ง : ต. ปากแพรก อ. เมือง ใกล้กับสี่แยกไฟแดงตรง รร. กาญจนานุเคราะห์

การเดินทาง : รถยนต์ส่วนตัว จากศาลากลางจังหวัดใช้ทางหลวงหมายเลข 323 ไปทาง อ. ไทรโยคผ่าน สภ.อ. เมืองกาญจน์ทางซ้ายมือ จนถึงสี่แยกไฟแดงให้เลี้ยวซ้ายเข้า ถ. หลักเมือง ไปอีกไม่ไกล ศาลหลักเมืองอยู่ขวามือ หรือนั่งมอเตอร์ไซค์รับจ้างจากย่านตัวเมืองไปก็ได้

สิ่งน่าสนใจ

  • ศาลหลักเมือง สร้างขึ้นใหม่เมื่อ พ.ศ. 2503 แทนศาลเดิมซึ่งชํารุดทรุดโทรม โดยสร้างเป็นอาคารคอนกรีตชั้นเดียวขนาด 7×7 ม. หันหน้าออกแม่น้ำ หลังคาทําเป็นทรงไทยจัตุรมุข ภายในประดิษฐานองค์หลักเมืองเป็นรูปเสาหัวเม็ดทรงมัน ด้านหน้ามีศิลาจารึกและจารึกบนไม้สักระบุวันเดือนปีที่สร้างเมือง ศาลหลักเมืองเป็นที่เคารพสักการะของชาวกาญจนบุรีมาก ดังจะเห็นได้จากเวลามีงานประเพณีสําคัญต่างๆ เช่น งานบวช แต่งงาน โกนผมไฟเด็ก ผู้คนจะมาไหว้เพื่อบอกกล่าวเจ้าพ่อศาลหลักเมืองเสมอ แม้แต่รถทุกคันที่วิ่งผ่านบริเวณนี้ก็ยังบีบแตรแสดงความเคารพ ปัจจุบันทางเทศบาลเมืองกาญจนบุรีได้จัดงานไหว้ศาลหลักเมืองขึ้นในวันขึ้น 6 ค่ำ เดือน 6 ของทุกปี
  • พระบรมราชานุสาวรีย์รัชกาลที่ 3 ประดิษฐานอยู่หลังประตูหน้าเมืองในท่าประทับหันพระพักตร์เข้าสู่เมืองกาญจนบุรี สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯเสด็จพระราชดําเนินมาทรงวางศิลาฤกษ์ เมื่อวันที่ 11 มี.ค. 2534

วัดไชยชุมพลชนะสงคราม (วัดใต้)

เป็นวัดเก่าแก่และมีความสําคัญคู่เมืองกาญจนบุรี เช่นเดียวกับวัดเทวสังฆารามและวัดถาวรวราราม สันนิษฐานว่าสร้างขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 1 หลังจากที่ทรงชนะสงครามเก้าทัพเมื่อ พ.ศ. 2329 แล้วหลวงพ่อวัดใต้เมืองกาญจนบุรี หรือพระวิสุทธิรังษี (อินทสโร เปลี่ยน) เป็นที่เคารพสักการะของชาว กาญจนบุรีและจังหวัดใกล้เคียงเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะในด้านความศักดิ์สิทธิ์ของเครื่องรางของขลังที่ท่านปลุกเสก ในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 มีผู้คนหลั่งไหลมาขอเครื่องคุ้มครองป้องกันตัวจากหลวงพ่อวัดใต้เมืองกาญจนบุรีเป็นจํานวนมาก

ท่านเกิดเมื่อวันเสาร์ที่ 5 เม.ย. (เดือน 5) 2405 ที่บ้านม่วงชุม อ. วังขนาย จ. กาญจนบุรี เป็นผู้มีจิตใจกว้างขวาง ห้าวหาญ และนิยมคบหาบุคคลทั่วไป จึงทําให้ชีวิตในวัยรุ่นดําเนินไปในทางนักเลง ท่านอุปสมบทเมื่ออายุ 22 ปี ตามคําขอร้องของบิดามารดา เมื่อบวชแล้วจึงมีผู้เคารพนับถือจํานวนมาก ไม่ว่าจะทํากิจใดก็สําเร็จลุล่วงโดยง่าย ต่อมาท่านได้สืบทอดตําแหน่งเจ้าอาวาสวัดใต้และได้เป็นเจ้าคณะเมืองกาญจนบุรีเมื่อ พ.ศ. 2444 ท่านมรณภาพด้วยโรคชรา เมื่อวันศุกร์ที่ 4 เม.ย. 2490 รวมอายุ 85 ปี จนถึงทุกวันนี้ก็ยังมีผู้ไปกราบไหว้รูปหล่อของท่านที่วัดไชยชุมพลชนะสงครามอยู่เสมอเช่นเดียวกับวัดชนะสงครามที่กรุงเทพฯ ภายในวัดน่าจะได้รับการบูรณะในสมัยรัชกาลที่ 3 และต่อมาในสมัยรัชกาลที่ 5 คราวที่พระองค์เสด็จประพาสเมืองกาญจนบุรี พ.ศ. 2420 ทอดพระเนตร เห็นวัดชํารุดทรุดโทรมมาก จึงสั่งให้พระยากาญจนบุรีเอาส่วยในเมืองกาญจนบุรีมาซ่อมแซม

ที่ตั้ง : ริมแม่น้ำแม่กลอง ห่างจากศาลหลักเมืองราว 500 ม.

การเดินทาง : รถยนต์ส่วนตัว จากศาลากลางจังหวัดใช้ทางหลวงหมาย เลข 323 ไปทาง อ. ไทรโยคผ่าน รพ. ธนกาญจน์ไปไม่ไกลจะเห็น ถ. แสงชูโต 25 ทางซ้ายมือ เลี้ยวเข้าไปจนสุดถนนจะเห็นกําแพงวัดทางซ้ายมือ, รถประจําทาง ขึ้นรถสาย 1

สนับสนุนโดยยูฟ่าเบท ufabet