จุดสําคัญของการท่องเที่ยวและแหล่งที่พักใหญ่ในกาญจนบุรี

สถานที่ท่องเที่ยวส่วนใหญ่ในกาญจนบุรีเป็นที่เที่ยวทางธรรมชาติ ประเภทแม่น้ำ ป่า ถ้ำ และน้ำตก หากเป็นสถานที่ที่มีชื่อเสียงและเป็นที่รู้จักมานานก็สามารถไปถึงได้สะดวกรวดเร็วทั้งรถยนต์ส่วนตัวและรถโดยสารประจําทาง แต่ก็ยังมีอีกมากที่ยังมีสภาพธรรมชาติอุดมสมบูรณ์และยังไม่ถูกรบกวนโดยนักท่องเที่ยวมากนัก ซึ่งสถานที่เหล่านั้นมักอยู่ห่างไกลและค่อนข้างไปลําบาก ต้องใช้เวลาเดินทางมากพอสมควรทีเดียว นอกจากนี้ก็ยังมีแหล่งท่องเที่ยวทางด้านประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมอยู่บ้างแต่ก็ไม่มากแห่งนัก ส่วนใหญ่อยู่ใน อ. เมือง หรือใกล้กับตัวเมืองซึ่งสามารถเดินทางไปถึงได้ง่าย

เนื่องจากเป็นจังหวัดที่มีพื้นที่กว้างขวาง ทําให้กาญจนบุรีมีสถานที่ท่องเที่ยวน่าสนใจจํานวนมากและกระจายอยู่ตามเส้นทางต่างๆ นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่นิยมไปเที่ยวกาญจนบุรีในช่วงวันหยุด เสาร์-อาทิตย์ หรือวันหยุดยาวในช่วงเทศกาล ดังจะเห็นได้ว่าบรรยากาศตามสถานที่ท่องเที่ยวในวันธรรมดาและวันหยุดแตกต่างกันอย่างลิบลับทีเดียว อันที่จริงถ้ามีเวลาน้อยก็สามารถเที่ยวแบบไปเช้าเย็นกลับได้ มีที่เที่ยวหลายแห่งอยู่ไม่ไกลจากตัวเมือง แต่ถ้าจะไปสถานที่ท่องเที่ยวที่ห่างไกล เช่น ในทองผาภูมิหรือสังขละบุรี ต้องมีเวลาอย่างน้อย 3-4 วันขึ้นไป นอกจากนี้การเที่ยวชมป่า ถ้ำ หรือ น้ำตกบางแห่งอาจต้องเดินเท้าเข้าไปเป็นระยะทางไกลและกินเวลามาก การวางแผนเที่ยวที่ดีจึงควรพิจารณาถึงสถานที่หลักที่ต้องการไปก่อนเป็นสําคัญ แล้วค่อยดูว่าจะแวะเที่ยวสถานที่ท่องเที่ยวตามเส้นทางใดได้บ้างให้พอเหมาะแก่เวลา

จุดสําคัญของการท่องเที่ยวและแหล่งที่พักใหญ่ในกาญจนบุรี

1. ตัวเมืองกาญจนบุรี ส่วนใหญ่เป็นสถานที่เที่ยวที่เกี่ยวข้องกับสงครามโลกครั้งที่ 2 และการสร้างทางรถไฟสายมรณะ นอกจากนี้ยังมีแหล่งท่องเที่ยวประเภทถ้ำอยู่บ้าง แต่ก็เป็นถ้ำขนาดไม่ใหญ่นัก ที่เที่ยวแต่ละแห่งเดินทางไปสะดวก เหมาะสําหรับผู้มีเวลาจํากัด ในเมืองมีที่พักให้เลือกหลายประเภททั้งโรงแรมชั้นนํา และเกสต์เฮาส์ราคาถูก แต่ถ้าอยากพักรับลมเย็นๆ ริมน้ำหรือมาเที่ยวเป็นหมู่คณะใหญ่ ควรพักแพ จะได้ชมทิวทัศน์สองฝั่งน้ำขณะที่แพล่องไปตามแม่น้ำแควน้อยด้วย แต่ก็มีข้อเสียประการหนึ่งคือ แพหน้าเมืองส่วนใหญ่เป็นแพเธค แพพักแบบธรรมดามีน้อย จึงเหมาะกับนักท่องเที่ยววัยหนุ่มสาวที่ชอบความสนุกสนานครึกครื้น มากกว่าผู้ที่รักความสงบ

2. ทะเลสาบเขื่อนศรีนครินทร์ เป็นแหล่งที่พักที่น่าสนใจอีกแห่งหนึ่ง แพริมน้ำที่นี่มีบรรยากาศเงียบสงบและเป็นส่วนตัว เหมาะจะมาพักผ่อนในวันหยุด นอกจากการล่องเรือชมทัศนียภาพเหนือทะเลสาบแล้วยังมีกิจกรรมน่าสนใจอีกมาก เช่น การดูนก เหมาเรือไป ตกปลา นอกจากนี้ยังมีน้ำตกอยู่ใกล้ๆถึงสองแห่งคือ น้ำตกเอราวัณ และน้ำตกห้วยแม่ขมิ้น และมี อช. เขื่อนศรีนครินทร์ที่สามารถไปเดินป่าชมธรรมชาติได้ด้วย

3. ทะเลสาบเขื่อนเขาแหลม เหมาะจะไปเที่ยวล่องเรือหรือล่องแพเช่นเดียวกับทะเลสาบเขื่อนศรีนครินทร์ มีที่พักบริการจํานวนมาก ไม่ว่าจะมาเที่ยวเป็นกลุ่มใหญ่หรือมาเป็นครอบครัวก็สะดวกสบาย หรือจะเลือกพักแพพร้อมกับล่องไปเที่ยวก็ได้ ทะเลสาบกว้างใหญ่มากและสามารถทํากิจกรรมได้หลายอย่างเนื่องจากอยู่ใกล้แหล่งป่าต้นน้ำ เช่น ตกปลา ล่องแก่ง ดูนก เที่ยวป่าบนเกาะกลางทะเลสาบ นอกจากนี้การเดินทางจากตัวเมืองไปเขื่อนเขาแหลม จะผ่านที่เที่ยวหลายแห่ง จะแวะเที่ยวตามรายทางมาเรื่อยๆก็ได้

4. สังขละบุรี เป็นศูนย์รวมของการท่องเที่ยวธรรมชาติและประเพณีวัฒนธรรมรามัญ หากมาเที่ยวที่นี่ในฤดูหนาว อากาศจะหนาวเย็น มีหมอกลง บรรยากาศงดงามคล้ายทางภาคเหนือมากทีเดียว แต่เนื่องจากมีระยะทางไกลและเส้นทางคดเคี้ยว นักท่องเที่ยวจึงต้องมีเวลามากพอสมควร ในสังขละบุรีมีที่เที่ยวมากมายทั้งป่า ถ้ำ น้ำตก แม่น้ำ ฯลฯ ถ้าต้องการเดินป่า นั่งช้าง ดูนก ล่องแพ ควรติดต่อบริษัททัวร์หรือเกสต์เฮาส์ที่มีบริการไว้ก่อนล่วงหน้าจะสะดวกกว่า นอกจากนี้ยังมีหมู่บ้านมอญ กะเหรี่ยง และร้านขายของตามแนวชายแดนให้เที่ยวชมด้วย

ตลอดเส้นทางกาญจนบุรี-ทองผาภูมิ-สังขละบุรี มีรีสอร์ตที่ตกแต่งอย่างสวยงามหลายแห่ง บางแห่งตั้งอยู่เชิงเขาหรือเป็นแพพักริมน้ำ เหมาะสําหรับนักท่องเที่ยวที่ชอบความสะดวกสบาย สําหรับผู้ที่รักธรรมชาติและอยากสัมผัสบรรยากาศของป่าเขาอย่างใกล้ชิด ควรเลือกเที่ยวและพักตาม อช. ต่างๆ ซึ่งส่วนใหญ่จะมีที่กางเต็นท์ให้ และบางที่ก็มีบ้านพักด้วย สิ่งสําคัญคือการเตรียมตัว ให้พร้อมสําหรับการท่องเที่ยว เช่น ถ้าไปเที่ยวถ้ำก็ควรมีไฟฉายหรือแบตเตอรี่ เตรียมเสบียงอาหารและเครื่องนอนไปด้วยในกรณีที่ต้องการพักแรมในป่าหรือใน อช. ที่ไม่มีร้านค้าสวัสดิการ

บ้านพักของอุทยานแห่งชาติต้องจองล่วงหน้า

ผู้ประสงค์จะพักบ้านพักในอุทยานแห่งชาติต่างๆต้องติดต่อจองบ้านพักล่วงหน้า โดยโทรศัพท์จองที่กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธ์พืช โทร. 0-2562-0760 แล้วเจ้าหน้าที่จะนัดวันไปชําระเงินที่กรมฯ และรับใบเสร็จรับเงินเป็นหลักฐาน สําหรับผู้อยู่ต่างจังหวัด สามารถโทรศัพท์มาจองที่หมายเลขเดียวกัน จากนั้นให้ซื้อตั๋วแลกเงินเพื่อชําระค่าบ้านพัก (จะเป็นตั๋วแลกเงินของธนาคารใดก็ได้ ยกเว้น ธ. ออมสิน) สั่งจ่ายกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช แล้วส่งตั๋วแลกเงินมาทางไปรษณีย์ที่ผู้อํานวยการสํานักอุทยานแห่งชาติ 61 ถ. พหลโยธิน จตุจักร กรุงเทพฯ 10900 ในจดหมายให้ระบุรายละเอียดเกี่ยวกับการจองบ้านพัก ชื่ออุทยานฯ ชื่อบ้านพัก และวันที่จอง หลังจากนั้นทางสํานักอุทยานแห่งชาติจะส่งใบเสร็จรับเงินกลับมาให้ทางไปรษณีย์

โดยการจองบ้านพักจองล่วงหน้าได้ไม่เกิน 60 วัน วันเดินทาง อย่าลืมนําใบเสร็จรับเงินไปที่อุทยานฯ เพื่อเป็นหลักฐานไว้ด้วย

สนับสนุนโดยยูฟ่าเบท ufabet